Deja Brew

March 9th, 2013
Share

Deja Brew : The feeling that you’ve had this coffee before.

Seed Swap : Sowing the Seeds of Love

March 9th, 2013
Share


อากาศอุ่นขึ้นมานิด ชักกระตุกไปค้นนานาเมล็ดพันธุ์มาเตรียมเพาะลงดิน แต่แล้วเขาประกาศเตือนหิมะจะมาอีกรอบ จอดโปรเจ็คท์คงไม่ทัน หวังว่าอากาศติดลบผ่านมาแล้วจะผ่านไปอย่างไว

น้องรักกัลยาณมิตรที่ฟ้าส่งมาให้คบหากันมาแสนนานคนหนึ่ง มีความพยายามเป็นเลิศในการส่งเมล็ดพันธุ๋ดีๆที่เราอยากได้ข้ามชาติมาให้ การเดินทางของเมล็ดพันธุ์เดินทางข้ามฟ้ามาหลายประเทศ เริ่มต้นจากเธอกลับไปไทย ไปเสาะหาเมล็ดพันธุ์ที่เราและตัวเธอเองก็อยากได้ หอบหิ้วรอดด่านต่างแดนกลับไปอเมริกา แล้วก็ไปทำการคัดแยก ตากให้แห้ง คัดเลือกคุณภาพพันธุ์เมล็ดสมบูรณ์ดีเก็บไว้ แล้วคิดหาทางส่งข้ามฟากมาให้เราที่นี่อีกต่อ

ตอนแรกที่น้องเขาส่งข่าวมาบอกว่า จัดการส่งเมล็ดพันธุ์มาให้พี่ได้แล้ว (เราแนะนำเล่นๆว่าลองเอามาทำการ์ดงานอาร์ตๆสิ ศุลกากรเปิดดูแล้วเขาคงไม่ใจร้ายกักหรือโยนทิ้ง) น้องเธอเลยลงทุนเอาเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ทำการ์ดมาให้จริงๆ ตอนยังไม่ได้รับก็นึกว่าเป็นการ์ดเล็กๆ แผ่นเดียว พอเปิดของจริงแล้วอึ้ง ตะลึง พูดไม่ออก น้องเขาก็ไม่ได้รู้วันเกิดที่แน่ชัด (ไม่ค่อยมีใครรู้วันเกิดเท่าไหร่) แต่เธอรู้คร่าวๆ ว่าวันเกิดอยู่ในเดือนไหน ไม่ได้รู้วันที่แน่ชัด ซึ่งมันก็ไม่ได้สำคัญอะไร (ผ่านมาหลายเดือนละนะ) เธอเกิดไอเดีย ถ้าใช้คำว่า Happy Birthday ทำการ์ดแบบห้อยแขวนจะส่งเมล็ดพันธุ์มาได้เยอะๆ

คนรับเปิดซองแล้วน้ำตาซึมซึ้งทะเล็ดเลยนะ ส่งของขวัญแบบนี้มาให้ นานาเมล็ดพันธุ์ที่น้องเขาส่งมาให้นั้นเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ และอีกสองชนิดเมล็ดพันธุ์ เมื่อสองวันก่อนแกะเมล็ดพันธุ์ตัว H ออกมาแช่น้ำ หากต้นอ่อนในเมล็ดยังแข็งแรงดี ฤดูร้อนนี้เราอาจจะมีสมาชิกเบบี้มะกรูดงอกขึ้นมาอีก 26 ต้น

น้องที่น่ารักในชีวิตเราคนนี้ เป็นหนึ่งมิตรผู้ร่วมใจทำโครงการ Books for Brains มาด้วยกันตั้งแต่เริ่ม รู้สึกตัวเองโชคดีแม้มีเพื่อนน้อย หากมีเพื่อนเช่นนี้ผ่านเข้ามาในชีวิต ยิ่งคบ ยิ่งผูกพัน อาจเป็นเพราะเรามองโลกมุมเดียวกัน แถมปากเสียเหมือนกันอีกต่างหาก : )

In Season : Spiced Red Onion Marmalade

October 16th, 2012
Share

นานทีๆ จะกินพวกแซนวิชเป็นอาหารกลางวัน วันนี้ทำงานเสร็จก่อนเที่ยง เดินกลับทางที่เขามีตลาดนัด ฝนตกพรำ อากาศเย็น ผ่านร้านขายมันฝรั่ง หัวหอม ช่วงที่หัวหอมถูกมากๆ เห็นแล้วก็มักหอบซื้อกลับมาทำซุปหัวหอมกินทุกอาทิตย์ วันนี้เห็นหัวหอมแดงราคาแพงกว่า (กิโลกรัมละ 2 ยูโร) เพราะมีเมนูในใจแล้ว จึงซื้อกลับมาด้วยหนึ่งกิโลกรัม

กลับมาเคี่ยวแยมหัวหอมร้อนๆ กินกับขนมปัง Boulots Wholewheat French Crusty แป้งเปลือกกรอบเหนียว อบสุกใหม่กรุ่นๆ จากซูเปอร์มาร์เก็ตยี่ห้อขวัญใจชาวหอนแลนด์ Albert Heijn (มีชื่อเล่นเรียกรู้กันทั่วไปว่า อัลปี้) แซมเห็ดผัดเนยโปะเพิ่มไปบนแยมหัวหอม จะเติมเนื้อพวก cold meats ไส้กรอก บลูชีส อะไรเพิ่มก็ได้ วันนี้เรากินกับ Brie รสชาติช่างเข้ากันดีกับอากาศช่วงนี้ เช้าฝนตก แดดไม่มี ตกบ่ายแดดมา แต่หนาวสะดุ้ง กินหัวหอมบำรุงเข้า่ไว้ จะได้ห่างไกลไข้หวัด ตอนนี้ผู้คนที่รู้จักเริ่มไอ เป็นหวัดกันหลายคนเลย หากอยู่เมืองไทยต้องหาดอกแคมาทำแกงส้มกินกันไข้หัวลมแบบคนโบราณเขาสอนไว้ แต่ในเมื่อไม่มีดอกแคให้กิน กินอย่างอื่นไปแทนละกันเนาะ

สูตรแยมหัวหอม

หัวหอมแดง 4 หัว (หั่นเป็นแว่นบางๆ)
กระเทียม 2 กลีบ (หั่นละเอียด)
ขิง 1 แง่งเล็กๆ (ซอยละเอียด)
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 60 กรัม
ไวน์แดง 100 ml.
น้ำสัมสายชูหมักไวน์แดง 85 ml.
อบเชย 1 แท่ง โป๊ยกั๊ก 2 ดอก

ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก ผัดหัวหอม 5 นาทีด้วยไฟแรง คนสม่ำเสมอ อย่าให้ไหม้ติดก้นกระทะ จากนั้นเติมกระเทียม ขิง โป๊ยกั๊ก อบเชย ผัดและคนสม่ำเสมออีก 15 นาที เติมไวน์แดง น้ำส้มสายชูฯ น้ำตาล แล้วลดไฟให้อ่อนสุด เคี่ยวไปอีก 15 นาที หากทำจำนวนเยอะกว่านี้ สามารถใส่ขวดเก็บไว้กินนานเป็นเดือนๆ คนแถวนี้เขาชอบทำเก็บไว้กินในช่วงฤดูหนาวที่หัวหอมออกมาเยอะๆ กินยาวไปจนเป็นอาหารขึ้นโต๊ะช่วงคริสต์มาสเลย

อนึ่งหัวหอมเมื่อถูกเคี่ยวจนได้ที่แล้วจะให้รสชาติหวานอร่อยผิดรสชาติหัวหอม เหมาะในการมาทำเป็นแยมกินแบบอาหารคาวที่สุด

มห. 1 วันนี้เปิดจุกค็อกไวน์สำเร็จแล้ว ไม่เละรุ่ย งัดออกมาได้ทั้งจุกเลยทีเดียว (ภูมิใจจัง)
มห. 2 อ่านเจอสูตรนี้เมื่อคืนจากนิตยสาร The Simple Things ฉบับเดือนพฤศจิกายน

เมื่อมะลิ-ผลิใบ

July 26th, 2012
Share

เฝ้ามองหาต้นมะลิมานาน อยากมีไว้ชื่นชมสักต้น ว่างๆ นึกขึ้นได้ก่อนเข้านอนก็เสิร์ชหาตามสวน ณ หอนแลนด์ เอ … แถวไหนใครเขามีแบ่งขายให้เราบ้าง? อยู่มาวันหนึ่งเมื่อสามเดือนก่อน ไปเจอคนบอกขายต้นมะลิพันธุ์ไทยๆ (ไม่รู้ “ซ้อน” ไหม?) บนเว็บ ดูจากรูปนึกว่าเขาชำแล้วแบ่งขาย ส่งให้ทาง ปณ. ราคาน่าเสี่ยงแค่ 5 ยูโร เลยสั่งไป วันรุ่งขึ้นได้รับ “น้องมะลิใส่ซอง” มาแบบงงๆ เขาตัดแค่กิ่งเล็กๆ ห่อดินปนขุยมะพร้าวพันในกล่องกระดาษชื้นๆมาให้ รากไม่มี (แป่ว) >> หมายความว่า เขาส่งมาให้เราเพาะชำมะลิกิ่งนี้ให้มันแตกใบเอง งูๆปลาๆ เกิดมาไม่เคยเพาะชำกิ่งต้นไม้ (หรือเคยเรียนวิชาเกษตรสมัยมอ.ปลาย แต่ไม่เหลือขุยวิชาอยู่ในหัว)

ตั้งจิตอธิษฐาน (ไม่สามารถด้วยความรู้คู่สมอง ขอเล่นคุณไสยฯ) แกะห่อกระดาษเอากิ่งปักลงกระถาง แอบพูดในใจได้ยินคนเดียว “จงงอกๆ” ทุกๆวันที่ผ่านไปราวสองเดือน สิ่งมีชีวิตสามใบบนกิ่งมะลิสีเขียวเริ่มจางลง จางลง ไม่มีวี่แววว่าเจ้ากิ่งไม้สามใบจะงอกงามกลายเป็นต้นมะลิอย่างที่หวัง แอบด่าตัวเองเบาๆในใจ (ได้ยินคนเดียว) “เสียโง่” ไปโดนเขาหลอกมาตั้ง 5 ยูโร แต่ในเมื่อใบมันยังไม่เหี่ยวคาตา เราจะยื้อ ไม่เขวี้ยงทิ้ง จะปักมันไว้ดูต่างหน้าโด่ๆ จนกว่าจะเหลืองแห้งตายจากกันไปในที่สุด

ก่อนออกเดินทางราวหนึ่งอาทิตย์ ลองดึงกิ่ง “ว่าที่มะลิ” ขึ้นมาจากดิน รอยก้านที่เขาตัดมานั้นมันเหี่ยว ดำ สภาพบอกได้ชัดๆว่าก้านส่วนปลายนั้นตายไปแล้ว รากจะงอกได้ยังไง??? แต่ด้วยความยื้อ จึงไม่สิ้นหวัง ไปหยิบมีดที่คมมาก มาตัดกิ่งส่วนที่ตายออกไปแล้วปักลงไปบนดินใหม่ ถ้าใบไม่เหี่ยว เหลือง กรอบหมดสภาพ ฉันจะปักเธอไว้อยู่เช่นนี้ตลอดไป

ก่อนออกจากบ้านขนกระถางมะกรูด มะนาว นานาต้นไม้ในบ้านที่ต้องค่อยรดน้ำทุกวัน ไปฝากเพื่อนบ้านให้ดูแล เพราะคิดว่า “มะลิ” ไม่รอด เลยปล่อยก้านมะลิเฝ้าบ้านอยู่ต้นเดียว ถ้ามันจะตาย คงตายมานานแล้ว ถ้าก้านมันจะเกิดเป็นต้นมะลิ แค่เพียงสองสามอาทิตย์มันจะเกิด-ดับได้เชียวหรือ??

กลับมาถึงบ้านไปขนกระถางต้นไม้ที่ฝากเขาไว้คืนมาวางไว้ข้างต้นมะลิ–ที่เราเริ่มไม่ดูดายดูดี แต่พอเริ่มไล่รดน้ำต้นไม้ทุกกระถาง ก้มลงดูต้นมะลิเห็นว่า ตรงข้างซอกกิ่งที่เคยเป็นปุ่มไม่ไหวติงมานานเริ่มแตกตามีใบอ่อนโผล่ขึ้นมา หะแรกนึกว่า “แดดจ้า…มันหลอน” ก้มไปดูแบบลมหายใจรดกัน “ฉันและมะลิ” จากนั้นค่อยๆ ขยับกิ่งผอมๆ ขึ้นมาจากดิน แม่เจ้า…มะลิรากงอก

นี่คือ ของขวัญต้อนรับการกลับบ้านที่รื่นรมย์ที่สุด — เจ้ามะลิแตกใบ : )

สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าความเศร้าที่ยิ่งใหญ่

September 19th, 2010
Share

มีผู้ชายคนหนึ่งขี่จักรยานผ่านมา ในมือเขาถือลูกโป่งใบโตสีฟ้ามีลายพิมพ์แผนที่ลูกโลก เขาหยุดจักรยานจอดตรงหน้าตัวเล็ก แล้วยื่นลูกโป่งใบนี้ให้ก่อนที่เราจะไปเข้าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (NEMO) ตัวเล็กเอาลูกโป่งไปฝากที่เคาท์เตอร์จำหน่ายบัตร … เอาลูกโป่งไปลอยชนเพดานที่ร้านอาหารจีน พร้อมบอกว่า “เราต้องให้ข้าวลูกโป่งกินด้วย” เจ้าเดินกอด เดินจูงเชือกลูกโป่งใบนี้ตลอดวัน ด้วยหวังจะพามันกลับบ้าน ตรงชานชาลาก่อนขึ้นรถไฟ อีกเพียงแค่ 15 นาทีก็จะถึงบ้านเราโดยสวัสดิภาพทั้งคนและลูกโป่ง พี่คนโตขอน้องถือลูกโป่ง แล้วยื่นส่งกลับพลาดจนมันหลุดลอยจากมือที่กุมไป ตัวเล็กนั่งร้องไห้สะอื้นบนรถไฟจนถึงบ้าน ตัวโตนั่งกลั้นน้ำตารู้สึกผิดอย่างหนัก เพิ่งได้ประจักษ์ในอกว่าความรักของแม่ที่มีต่อลูกตัวเองนั้นมีอานุภาพดั่งบทกลอน … “แม้นเดือนดาว หากเจ้าอยากได้ ก็จะเอื้อมสอยมาให้” … แม้จะกระทำมันไม่ได้ในความเป็นจริง

เหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตบางวันอาจมีผลทำให้คนหลายคนเกิดความเศร้าร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นแค่เรื่องมุมเล็กส่วนตัวหรือเรื่องมุมกว้างระดับโลกที่สามารถกระจายความเศร้าหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าให้ชีวิตต้องเผชิญผจญต่อไป บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตอาจเป็นแค่ความสุขชั่วคราว เช่นเดียวกับความทุกข์เศร้าที่คงไม่เกาะกุมใจเราแบบยั่งยืน หากโลกนี้ยังคงเหลือความปรานีอันโชคดีต่อชีวิต ท้ายที่สุดสองพี่น้องยอมคืนดีความโกรธชั่วแล่น กลับมากอดกันได้อีกครั้ง – ก่อนเข้านอน

การยอมรับความสูญเสียเล็กๆ คือ บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตน้อยๆ ในวันข้างหน้าชีวิตยังต้องเจอบททดสอบอื่นๆ อีกมากมาย การเดินก้าวข้ามสะพานแห่งความทุกข์เศร้าครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อพบความสุขชั่วครั้งชั่วคราวในชีวิต … ยังมีระยะทางอีกยาวไกลนัก

Grovboller

September 9th, 2010
Share

การทำขนมปังโฮมเมดกินเองนั้นจัดเป็นความโรแมนติกที่ฝันใฝ่ของผู้เริ่มหัดอบขนมมือใหม่ แต่การเล่นกับยีสต์นั้นไม่ง่ายเหมือนเล่นเทผงฟู ยีสต์อาจทำให้นักทำขนมมือใหม่ช้ำใจ แอนด์ ท้อใจ เพราะเล่นกับยีสต์แล้ว ยีสต์ไม่เล่นกับเราด้วย ออกแรงนวดแป้งอย่างหนักกล้ามแขนปูดก็แล้ว เฝ้ารอหมักแป้งเนิ่นนาน – แป้งก็ไม่ยอมขึ้น ครั้นทู่ซี้ด้วยหวังริบหรี่ว่าถ้าเอาขนมปังไปอบมันอาจจะพองขึ้นมาเองได้ ก็ต้องเสียใจซ้ำสองที่ได้ผลลัพท์ของเนื้อขนมปังแข็งราวปูนที่สามารถเอาไปปาหัวคนข้างบ้านได้ปูดและแตก 

เมื่อปีกลายที่ผ่านมาแวะไปเยี่ยมเพื่อนเก่าชาวเดนิชที่เดนมาร์ก ตอนอาหารเช้าเพื่อนเอาขนมปังที่เธอทำเองมาให้กิน แค่เห็นหน้าตาก็รู้สึกน่าสนใจ ดูมีสีสันและอุดมไปด้วยสิ่งแปลกๆ พอได้กัดงับลงไปคำแรกนี่สิ โอ้ … ขนมปังสูตรสวรรค์หรือไร ทั้งนุ่มและมีธัญพืชอุดมอยู่ในเนื้อขนมปังให้เคี้ยวกรุบกรอบมากมายจนเพลินฟัน เลยออกปากถามเพื่อนว่าใช้สูตรใด จะขอจดเอามาลองทำกินเองบ้าง  เพื่อนเลยเล่าที่มาของสูตร grovboller นี้ว่า เจ้าลูกชายย่างวัยรุ่นสองคนของเธอนั้น-เริ่มกินยาก อิดออดไม่ค่อยอยากกินอาหารเช้า (โดยเฉพาะคนโต)

ชาวเดนิชก็เหมือนชาวยุโรปทั่วไปที่กินขนมปังเป็นอาหารเช้า แต่ที่โชคร้ายหน่อย (ตามที่เพื่อนเล่า) ขนมปังที่วางขายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เดนมาร์กมันช่างไม่อร่อยซะจริงๆ แถมไม่มีชนิดให้เลือกมาก (นับเป็นความโชคดีของชาวแดนกังหันที่มีขนมปังอร่อยๆ เยอะชนิดให้เลือก — เลยมีขี้เกียจอบขนมปังกินเอง เพราะซื้อเขาอร่อยกว่า) เพื่อนเล่าต่อว่า ขนมปังที่ลูกชอบกิน คือ ขนมปังแฮมเบอเกอร์เนื้อนุ่มนิ่ม กัดแล้วยุบยวบ สารอาหารแทบไม่มี เพราะทั้งก้อนมีแต่ส่วนผสมของน้ำและสารเสริมให้มันเบาฟู

ตามประสาแม่ๆ เพื่อนไปบ่นปรับทุกข์เรื่อง “ความกินยากของลูก” กับแม่คนอื่นที่โรงเรียน แม่ใจดีคนหนึ่งเลยไปทำสำเนาสูตรขนมปังสูตรนี้มายื่นให้เพื่อนเรา นับจากนั้นมาเพื่อนเราเลยอบขนมปังสูตรนี้ไว้ประจำบ้านตลอดเวลา (ทำบันส์ไว้เยอะๆ แล้วแช่แข็งเอาไว้ หยิบออกมาอบวันละ 10-12 บันส์) เพราะเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริง ลูกๆ เธอชอบกินเจ้า grovboller นี้ ใครที่เป็นแม่ก็คงดีใจที่สามารถหาสูตรอาหารที่ลูกชอบกินได้ไม่รู้เบื่อ แถมเป็นอาหารที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยวิตามินล้วนๆ

เรานั้นได้ชิมก้อนแรกแล้วลืมไม่ลง อยากยกย่องให้เป็น “ขนมปังสูตรสวรรค์” เพราะทำแสนง่าย รสชาติอร่อยมากถึงมากที่สุด แถมข้อดีสุดยอดของสูตรนี้ที่เพื่อนบอกย้ำรับประกันมาก็คือ เป็นชนิดขนมปังโฮมเมดที่ทำแล้ววันรุ่งขึ้นเนื้อขนมปังจะไม่กลายร่างเป็นก้อนหินแข็งโป๊กแบบขนมปังโฮมเมดสูตรอื่นๆ ยังคงความนุ่มน่ากัดเช่นเดิมไปถึง 2-3 วัน

“ขนมปังสูตรสวรรค์” ส่วนผสมพื้นๆ ไม่ยุ่งยาก วิธีทำก็แสนง่ายพอๆกับปอกกล้วยเข้าปาก (เพราะไม่ต้องออกแรงนวดเลยสักนิด)

ส่วนผสม
แป้งสาลี 700 กรัม / แป้งไรย์ 3 ช้อนโต๊ะ / แป้งโฮลวีต 3 ช้อนโต๊ะ
เมล็ดลินซีด 1 กำมือ / เมล็ดดอกทานตะวัน 1 กำมือ
(หรือธัญพืชอื่นๆ ที่ชอบกิน วันที่ถ่ายรูปนี้ เราใส่ถั่วลินทิลและธัญพืชรวมอื่นๆ ที่มีอยู่ในบ้าน)
น้ำต้มเดือด 600 ml / ยีสต์สด 25 กรัม (ยีสต์ อินสแตนด์ 12.5 กรัม) 
ไข่ไก่ 1 ฟอง / น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ / เกลือป่น 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ / แครอตขูดฝอย 1 ถ้วยตวง



วิธีทำ

เอาแป้ง 3 ชนิดและเกลือลงผสมกันในอ่างหรือชามปากกว้าง เอาเมล็ดธัญพืชแช่ในน้ำต้มที่เดือด – ร้อนจัดๆ ไว้สัก 15 นาทีหรือเมื่อเอานิ้วมือจุ่มลงไปแล้วรู้สึกอุ่นๆ ก็ใส่ยีสต์สดลงไป (ถ้าใช้ยีสต์ อินแสตนท์ให้ผสมลงไปในแป้ง) …ใช้ส้อมกวนๆ … ใส่ไข่ไก่ 1 ฟอง…ใช้ส้อมกวนๆ …ใส่น้ำผึ้งลงไป … แล้วคนทุกอย่างให้เข้ากัน เอาแครอตขูดผสมลงในแป้ง จากนั้นก็เอาน้ำธัญพืชที่กวนๆ นั้นเทลงไปในชามแป้ง เอาส้อมกวนๆ ให้ทุกอย่างเข้ากันดี

เอาผ้าคลุมชามโดว์แป้งที่ผสมแล้ววางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1 ชั่วโมง (หรือจนแป้งขึ้น 2-3 เท่าเต็มอ่างเช่นในรูป) โดว์แป้งสูตรนี้จะเหลวมาก ไม่จำเป็นต้องเอาออกมานวดคลึงแล้ววางทิ้งไว้ เอาช้อน 2 คันตักโปะเป็นก้อนกลมๆ เบี้ยวๆ ลงถาดอบที่ปูกระดาษไขไว้ได้เลย … หน้าตาเละๆ ขรุขระตามนั้น

นำเข้าเตาอบ-อบด้วยไฟ 190 องศาเซลเซียส ราว 25-30 นาที … ขนมปังโฮมเมดสูตรนุ่มสวรรค์ที่อุดมไปด้วยวิตามินและไฟเบอร์ก็จะสุกหอมกรุ่น พร้อมออกรับรองความอร่อยของคนในบ้านได้ไม่ยากไม่เย็น … หลังจากนี้คุณจะไม่มีอาการเข็ดในการเล่นกับยีสต์อีกต่อไป … Enjoys!!

Porcupine Tree at Rock Werchter 2010

July 4th, 2010
Share

เหตุจากเวิล์ดคัพ พลัสทำขนมส่งร้าน ลืมสิ้นตารางในหัว สะกิดใจนิดๆ ว่าวันที่ 3 ก.ค. มีนัดไว้กับหัวใจอะไรสักเรื่อง แต่สมองเสื่อมเลยนึกไม่ออก จนกระทั่งกลับบ้านตอนหกโมงเย็นนิดๆ รายการวิทยุ Studio Brussel ออกอากาศแสดงสดวงติง ติงส์รีเพลย์ชั่วโมงก่อนจากเทศกาล Rock Werchter ชายแดนหอนแลนด์ เลยแหงนหน้าดูหน้านาฬิกา 18.42 น. โอเย หายสมองเสื่อมทันที Porcupine Tree กำลังแสดงสดบนเวทีอยู่ ณ ตอนนี้เลยไง … ฝากไว้ก่องเถอะพี่ SW สักวันจะไปเกาะหน้าเวที ขอแตะเท้าเปลือยๆ สักวัน : )


from Steven Wilson – Official page  “Thanks to everyone that came to see Porcupine Tree at the Summer festivals so far, we had some amazing experiences, especially at Roskilde and Werchter. Roskilde was double special for me because I got to see my favourite band in the universe LCD Soundsystem from the side of the stage, and as always they tore it up, a…stounding show. More festivals coming so see you in Spain and Italy!” S

June 3rd, 2010
Share

น้ำมันรั่วก้นอ่าวทะเล แก้อย่างไรดี james-cameron-characters-who-could-fix-the-bp-oil-spill-overnight

10 resolutions to Go Green

April 22nd, 2010
Share

1. Give second life a chance ซื้อของที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล เช่น กระดาษชำระ สมุด พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ดีไซน์แบรนด์เนมที่ทำจากวัตถุดิบใช้แล้วปัจจุบันมีแบบฮิป เก๋ เท่ สวยงามให้เลือกมากมาย

2. Meat Free one day per week หากประชากรบนโลกงดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงหนึ่งวันต่อสัปดาห์ จะมีการฆ่าสัตว์น้อยลง ลดการใช้พลังงานในการขนส่งเนื้อสัตว์สู่ตลาด ป่าแถวอะเมซอนไม่ถูกตัดพินาศเพื่อนำมาใช้ปลูกถั่วเหลืองทำอาหารเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ แค่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ 1 วันต่อสัปดาห์สามารถช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโลกได้มากกว่าที่คุณคิด

3. Energy diet หมั่นตรวจตราเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ปิดไฟแดง stand-by ก่อนเข้านอน เปิดน้ำอุ่นแต่เพียงจำเป็น เครื่องซักผ้า-เครื่องล้างจานเปิดใช้งานเมื่อผ้าและจานเต็ม เปลี่ยนมาใช้หลอดประหยัดไฟที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า แถมช่วยลดค่าไฟฟ้ารายเดือน

4. Do charity (what you don’t need) บริจาคหนังสือและนิตยสารเก่าให้ห้องสมุด นำเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้วไปให้ผู้ที่ขาดแคลน แจกจ่ายของใช้ในบ้านที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นต่อไป ก่อนที่จะโยนทิ้งเป็นขยะรกโลก ช่วยกันส่งเสริมกระบวนการ reuse ด้วยการปฏิบัติจริง

5. Do it yourself หัดตัดเย็บเสื้อผ้าใส่เอง ประดิษฐ์ของ hand – made จากวัสดุเหลือใช้ นอกจากมีเอกลักษณ์แล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานการผลิตของใหม่ ความช่างประดิษฐ์นี้ช่วยให้เราได้เรียนรู้การใช้สอยทรัพยากรบนโลกอย่างมีคุณค่าและไม่สูญเปล่า

6. Drive efficiently ขับรถใช้เกียร์เหมาะกับความเร็วและขับด้วยอัตราสม่ำเสมอ อย่าเหยียบเบรคพร่ำเพรื่อ หัดปล่อยเกียร์ว่างทันทีเมื่อเห็นไฟแดงข้างหน้า ใช้ระบบครุยส์ คอนโทรล (ถ้ามี) เพราะจะช่วยควบคุมความเร็ว ประหยัดพลังงาน รักษาสภาพเครื่องยนต์ ปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่น หากต้องจอดรถยนต์นานกว่า 30 วินาที (ยกเว้นหยุดติดไฟแดง) โปรดดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง

7. Buy organic food อาหารออร์แกนิกมีขั้นตอนวิธีการปลูกที่รักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ การช่วยซื้ออาหารออร์แกนิก คือการปฏิเสธการเกษตรอุตสาหกรรมที่เร่งผลิตอันมีผลต่อสภาพแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม แม้ราคาอาจจะสูงกว่า ขอให้ถือว่าเป็นการลงทุนช่วยรักษาธรรมชาติเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานเรา

8. Eat at home การทำกับข้าวกินเองนั้นสะอาดสนิทใจ ช่วยลดการใช้พลังงานในการเดินทางออกจากบ้าน ลดปริมาณขยะหีบห่อ หากสามารถเลือกได้ โปรดเลือกกินอาหารออร์แกนิก ผลิตได้ในท้องถิ่นที่ออกตามฤดูกาล หรือปลูกผักสวนครัวกินเอง เรื่องปากท้องง่ายๆ แค่นี้ช่วยภาวะโลกร้อนได้มากทีเดียว

9. Be aware in everyday basic life ฝึกนิสัยเหล่านี้ให้เป็นดั่งกิจวัตร ติดถุงพลาสติกใช้แล้วหรือถุงผ้าไว้ในกระเป๋าถือหรือในรถเสมอ ใช้ภาชนะที่ล้างแล้วนำมาใช้ได้อีกแทนชนิดที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เลี่ยงการซื้อน้ำขวดพลาสติก เลือกหีบห่อที่ทำด้วยวัตถุดิบย่อยสลายได้หรือผ่านการรีไซเคิลมาก่อน สลับการเดินทางประจำวันมาใช้ขนส่งมวลชนหรือ carpool แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวไปไหนมาไหนคนเดียว อย่าเปิดน้ำทิ้งโดยไม่จำเป็น ฯ

10. Get informed and get involved เปิดคลื่นรับข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ หากมีช่องทางเข้าร่วมปฏิบัติไม่ว่าทางสายงานอาชีพ กิจวัตรประจำวัน หรืองานในชุมชนที่ร่วมอาศัยอยู่ …โปรดอย่ารีรอ

หมายเหตุ : ส่วนล้อมกรอบของบทความ "Celebrities Go Green"
ตีพิมพ์ในนิตยสาร Woman & Home ฉบับเมษายน 2553

April 18th, 2010
Share

iPad — One of the things that makes Apple unique is that it never holds focus groups. It doesn’t ask people what they want; it tells them what they’re going to want next.  Will Steve Jobs’ Magic Touch Return? – TIME