Share
1. Give second life a chance ซื้อของที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล เช่น กระดาษชำระ สมุด พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ดีไซน์แบรนด์เนมที่ทำจากวัตถุดิบใช้แล้วปัจจุบันมีแบบฮิป เก๋ เท่ สวยงามให้เลือกมากมาย
2. Meat Free one day per week หากประชากรบนโลกงดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงหนึ่งวันต่อสัปดาห์ จะมีการฆ่าสัตว์น้อยลง ลดการใช้พลังงานในการขนส่งเนื้อสัตว์สู่ตลาด ป่าแถวอะเมซอนไม่ถูกตัดพินาศเพื่อนำมาใช้ปลูกถั่วเหลืองทำอาหารเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ แค่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ 1 วันต่อสัปดาห์สามารถช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโลกได้มากกว่าที่คุณคิด
3. Energy diet หมั่นตรวจตราเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ปิดไฟแดง stand-by ก่อนเข้านอน เปิดน้ำอุ่นแต่เพียงจำเป็น เครื่องซักผ้า-เครื่องล้างจานเปิดใช้งานเมื่อผ้าและจานเต็ม เปลี่ยนมาใช้หลอดประหยัดไฟที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า แถมช่วยลดค่าไฟฟ้ารายเดือน
4. Do charity (what you don’t need) บริจาคหนังสือและนิตยสารเก่าให้ห้องสมุด นำเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้วไปให้ผู้ที่ขาดแคลน แจกจ่ายของใช้ในบ้านที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นต่อไป ก่อนที่จะโยนทิ้งเป็นขยะรกโลก ช่วยกันส่งเสริมกระบวนการ reuse ด้วยการปฏิบัติจริง
5. Do it yourself [...]
Share
มัช – ไม่เปิดไฟแล้วจะไปเข้าส้วมยังไงล่ะ?
มอ – (ก็ถือแก้วเทียนไปไง นึกถึงสมัยก่อนที่คนเขาไม่มีไฟ ไม่มีส้วม เขาก็ต้องฉี่ ทำไมเขามีชีวิตอยู่กันได้ล่ะ)
มัช – จริงด้วยสิ
ซัม – ปิดไฟแบบนี้ สนุกดี เพราะทุกคนต้องมานั่งรวมกัน มีแสงสว่างอยู่จุดเดียว เรา 5 คนไม่แยกกันนั่งดีนะ
มอ – (จริง … งั้นปิดไฟแบบนี้ 1 ชั่วโมง ทุกอาทิตย์ไหม)
ซัม – เอาๆ อาทิตย์หน้าปิดกันอีกนะ
อัน – ครบ 1 ชั่วโมงแล้ว ไฟกับโทรทัศน์จะกลับมาไหม? พรุ่งนี้จะได้ดูทีวีเปล่า?
มอ – ยังกลับมาสิ แต่ถ้าวันหนึ่งไฟไม่กลับมาแล้ว เราจะอยู่กันได้ไหม?
มัช ซัม อัน — ไม่รู้เหมือนกัน ไฟฟ้ามันจะหมดได้ยังไงล่ะ มันหมดได้จริงเหรอ!!
(แปลความจากบทสนทนาภาษาดัทช์)
ปีนี้วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2553 คือ วันหมุนนาฬิกาช่วงฤดูร้อนให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมงสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ดินแดนบนโลกฝั่งตะวันตก พวกเราได้รับโบนัสแสงสว่างยาวเพิ่มขึ้นเช่นนี้ทุกปี จากนี้ไป 6 [...]
Share
วาระการเปลี่ยนปีศักราชและการเฉลิมฉลองเทศกาลในเดือนธันวาคมนั้น แม้จริงๆแล้วเป็นเพียงแค่การสมมุติความสุขของมนุษย์ หากช่วงเวลารื่นเริงแห่งชีวิตที่ถูกสมมุติปลายปีขึ้นเช่นนี้ถือเป็นโอกาสแสนสุขที่เรารอคอยให้มาถึงเกือบทุกปี-โดยเฉพาะหลังจากที่มีลูก เพราะได้ขี้เกียจอยู่กับบ้าน อบเค้ก ปั้นคุกกี้ ทำอาหารอร่อยๆ กิน นั่งผลิตการ์ดปีใหม่ส่งสู่ญาติมิตรในครอบครัว-มิตรสหายที่อยู่ห่างไกลหลายมุมโลก ได้รื้อกล่องเก็บของประดับต้นคริสต์มาสและของแต่งบ้านที่จะหยิบใช้กันแค่ช่วง 1 เดือน มานั่งแต่งบ้านกับลูกๆ เป็นกิจกรรมเล่นเกมความสุขในครอบครัว
สมัยก่อนตอนยังทำงานอยู่กอทอมอ- เมืองตึกสูงติดฟ้าอมร เราชอบนั่งรถเมล์เล่นรอบเมืองช่วงปีใหม่ ขึ้นรถเมล์สายไหนก็มีที่ให้นั่ง – มีความสุขจริงๆ คนทำงานออกนอกเมืองไปท่องเที่ยว ไปเยี่ยมครอบครัวกันหมด ตัวเราโชคดีที่หาโอกาสหนีออกนอกเมืองได้ทุกใจอยากเวลาทำงาน เลยชอบเลือกอยู่ในเมืองโล่งๆ ช่วงวันหยุดยาว เมืองใหญ่น่ารักน่าอยู่ขึ้นเยอะเวลาที่มันโล่งๆ ไม่วุ่นวายแออัด เมืองที่โล่งๆ เหงาๆ ดูไม่ค่อยเป็นเมืองที่สมบูรณ์นัก
ชีวิตช่วงปีใหม่ของเราตอนนี้ยังมีอารมณ์คล้ายสมัยอยู่กอทอมอ ไม่อยากไปไหนเลย พอถึงช่วงวันหยุดยาวๆ สิ่งเดียวที่ปรารถนา คือ นอน นอนตื่นให้สายโด่งสมอยาก เราไม่ใช่คนตื่นเช้ามาตั้งแต่เล็ก ช่วงที่จำต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน ไปทำงานนั้นเป็นความอดทน ทรมาน และพยายามสาหัส พอหลุดจากระบบโรงเรียนและการทำงานตอกบัตร (ที่ตลอดชีวิตทำได้นานที่สุดแค่ 1 ปี) เรารู้สึกเป็นอิสระกับการตื่นนอนของตัวเองมากขึ้น ไม่มีกริ่ง ระฆัง บัตรที่แดงเถือกมาตอกกระดองใจให้เจ็บปวดสะดุ้งไหว
แต่มาถึง ณ วันนี้ วัยนี้ ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ ทำให้เราตื่นเช้าได้ แม้ไม่ได้พิศวาสยามเช้ามากขึ้นนัก อาทิตย์ก่อนเด็กๆ ปิดเทอม [...]
Shareฤดูหนาวมาเยือนแล้วจริงๆ อุ่นอิงเตาผิงอยู่ในบ้าน จิบโกโก้ร้อนๆ และนอนอ่านหนังสือเป็นวันอาทิตย์ที่แม่แสนเกียจคร้าน รีดผ้าหมดบ้านแล้ว นั่งแหมะข้างๆ
เด็กบางคนที่กำลังบันทึกจินตนาการ ในระหว่างที่พี่ๆ ออกไปเล่นปาหิมะ เจ้าตัวเล็กทนหนาวได้ไม่นาน วิ่งกลับมาอิงความอุ่นในบ้าน วาดรูปเล่นอย่างสุขสงบดีกว่าเอย
Shareการเขียนบล็อกทุกวันหรือทุกสองวัน เป็นสิ่งที่รู้ล่วงหน้าสำหรับตัวเองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้หรอกนะ แม้ว่ามีเรื่องอยากเขียนได้ทุกวัน บางวันมีมากกว่าสองเรื่อง บางทีมาขึ้นหัวเรื่องไว้เพื่อจะมาเขียนต่อให้จบตอนดึกๆ ยามสมาชิกตัวเล็กสลบ บ้านสงบเงียบ หากพอบ้านสงบ ก็ได้พบว่าความคิดที่เคยลิงโลดตอนบ้านบรรยากาศตึงตังมันก็พลอยสงบเงียบ(และง่วง)ตามไปด้วย ลืมไปเกือบหมดสิ้นว่าจะมาเขียนต่อหัวข้อว่าอะไรมั่ง
Shareนิสัยเหลวไหลที่สุดของตัวเอง ซึ่งแก้ไขยากมากๆ คือ ตื่นสาย ตั้งแต่เด็กจนเริ่มแก่นึกย้อนไปแล้วยังอับอายที่มีชีวิตรอดตายกฎแห่งเวลามาแบบ “หวุดหวิด” เดินทางไปถึงจุดหมายก่อนเวลา (สัก 1 นาที) แบบนับครั้งได้ โล่งอกไปทีแค่ไปถึงแบบตรงเวลาเป๊ะๆ นอกนั้นก็ล่าช้าเสมอ (ช้า 5 นาทีกว่ากำหนดคือมาตรฐานความตรงเวลาที่สุดของฉันแล้ว) ชีวิตนักเรียนตั้งแต่อนุบาล – ประถม - มัธยมฯ – มหาวิทยาลัย – ไปเข้าสอบสมัครงาน ไปนั่งทำงานกินเงินเดือน ฉันโผล่หน้าไปถึงจุดหมายปลายทางด้วยตราประทับสีแดงโร่ว่า “สายโหล่” เสมอ
Shareก่อนตั้งต้นปีศักราชใหม่ ฉันมีความตั้งใจที่จะเก็บ จัด คัด โละของใช้ในบ้านเป็นงานแห่งความหวังอันดับต้นๆ ที่จะ (พยายาม) ทำอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ในช่วงวันหยุดคริสต์มาสที่ผ่านมา จึงเริ่มหมายตาวางแผนในใจว่าจะเริ่มจัด เก็บ โละของจากห้องต่างๆในบ้าน ไล่ต่อกันไปทุกๆ เดือนตลอดปี
Shareแอบมีความหวังและตั้งใจทุกปี ที่ไม่เคยกล้าประกาศดังๆ เพราะกลัวหวังฝ่อ ตั้งใจแล้วไปไม่รอด ขี้เกียจยอมแพ้ซะก่อนที่จะเริ่มต้น อันว่าความขี้เกียจนั้นเป็นข้ออ้างของความเหลวไหลโดยแท้ การประกาศก้องถึงความตั้งใจให้ใครได้ร่วมรู้ จึงคล้ายดั่งประจานความตั้งใจที่อาจจะล้มเหลวและไปไม่รอดของตัวเองไว้เนิ่นๆ หรือแอบท้าทายตัวเองอย่างจริงจังแบบมีพยานรับรู้
Shareพอย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงผ่านเรื่อยมาสู่ฤดูหนาวปลายปีทีไร บรรยากาศมืดๆ รอบตัวมันพาให้เบื่อชีวิตชอบกล ตอนสมัยสาวๆ ไม่ได้รู้สึกและมีอาการแบบนี้มากนัก อาจจะเป็นเพราะชีวิตช่วงนั้นวุ่นๆไม่ค่อยหยุดนิ่ง ไม่มีเวลามานั่งทอดหุ่ยถึงความสัมพันธ์ของชีวิตกับเวลาที่ผ่านไปผ่านไปในแต่ละปี เพิ่งสังเกตได้เมื่อสองสามปีที่ผ่านมานี่เองว่าตัวเองชอบเกิดอาการซอมบี้ (somber) ซ้ำซากในช่วงสามสี่เดือนปลายปีนี้บ่อยๆ อาการซอมบี้งี่เง่า ผีเข้าผีออกบอกไม่ถูก คล้ายๆเบื่อชีวิตปัจจุบัน (วันมืดๆ) อยากกลับไปหาวันเก่าๆ (ที่สว่างไสวในความทรงจำ) คิดไปเรื่องอื่น เรื่องความฝันที่ยังมาไม่ถึง หรืออาจจะมาไม่ถึงเลย แล้วก็น่าแปลกจริงๆ พอเดือนธันวาคมผ่านข้ามไปสู่เดือนมกราคมปีใหม่ ไอ้อาการซอมบี้นี้ก็หายไป จางไป เลือนไปเหมือนไม่เคยรู้จักสัมผัสกันมาก่อน มันแค่ย้อนวนกลับมากวนใจสร้างอาการซอมบี้รอบใหม่ให้รู้สึกอีกตอนช่วงปลายปี-ทุกๆปีไปเท่านั้นเอง
Shareฉันเคยสงสัยว่าทำไมหนอมนุษย์เรานี่เกิดมาแล้วจึงต้องมีคู่ การอยู่เดี่ยวๆ มันอยู่ยากนักหรือไร สมัยโสดๆ เคยถามคนที่แต่งงาน เขาว่าอยู่เดี่ยวไปนานๆ แล้วมันเคยตัว ถ้ามีคนมาอยู่ร่วม นิสัยเคยๆ เก่าๆ อาจจะถูกดัดปรับ แบ่งปัน สนุกสนาน มีสีสันมากขึ้น เหงาหงอยน้อยลง ได้เพื่อนร่วมคิด ร่วมกิน ร่วมทะเลาะ ไม่อับเฉาดั่งชีวิตที่เคยโสดเดี่ยวๆ พี่สนิทคนหนึ่งเคยเปรยถึงเหตุผลแห่งการมีคู่ว่า มนุษย์เราเกิดมาแล้วต้องมีคู่สินะ เพราะการสืบพันธุ์เป็นภารกิจสำคัญของมวลมนุษย์