Archive for the ‘Housewife’s Life’ Category

ฉันรักตลาดนัด

Wednesday, November 14th, 2007
Share

เพื่อนบ้านใกล้ๆที่คุ้นเคยกันดีไม่ค่อยมาชวนกินกาแฟหรือนัดทำอะไรช่วงเช้าวันอังคาร เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่าฉันไม่เคยว่างเพราะมีนัดกับตลาดนัดอยู่เป็นประจำ การไปตลาดนัดเป็นกิจวัตรชีวิตรายสัปดาห์ที่ขาดหล่นไปไม่ได้ ยกเว้นติดนัดจำเป็นสำคัญอื่นๆ การเดินตลาดนัดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันมาเกือบสามสิบปี ตั้งแต่เล็กๆ เมื่อครั้งที่เดินหิ้วตะกร้าตามแม่ไปตลาดนัดยามเช้า (ที่ไม่เคยอยากจะตื่น) จนถึงช่วงที่ได้เดินทางท่องเที่ยวไปตามเมืองเล็กๆ ไกลบ้านหลายเมือง เมื่อตื่นเช้าวันใหม่ในที่แปลกถิ่น สถานที่แรกที่ฉันอยากไปเยือนก่อนเสมอ คือ ตลาดนัดยามเช้าของเมืองนั้นๆ 

ฉันชอบเดินซื้อของตามตลาดนัดมากกว่าร้านรวงหรูๆ ด้วยว่าตลาดนัดมีบรรยากาศที่ถูกกับจริตพื้นฐานความเป็นมาของชีวิต เพราะเกิดมากับบรรยากาศต่างจังหวัดชนบทที่ “ตลาดนัด” คือ ห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางแจ้งบนดินที่เราซื้อหาของใช้ของกินอยู่เป็นประจำ

(more…)

แม่บ้านไร้มูลค่า?

Monday, November 12th, 2007
Share

ทุกคืนวันอังคารฉันจะไปฟิตเนสกับกลุ่มเพื่อนๆ ราว 7-8 คน เราออกกำลังกายกันไปคุยกันไป เรื่องราวหลากหลายห้วข้อ ส่วนใหญ่ฉันจะชอบฟังมากกว่าชอบคุย ในกลุ่มคนที่ไม่สนิทมากฉันจะคุยไม่ค่อยออกถนัดแต่ฟังเขาเพลินๆไป (อย่านั่งกลุ่มเพื่อนสนิทละกัน คนอื่นต้องฟังฉันโม้แทนกลับกันทันที)

อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนที่ฟิตเนสวัยแม่ๆ ระหว่างออกกำลังกายก็คุยถามกันต่อๆ ว่า “จะทำอะไรหลังจากเด็กๆไปโรงเรียน?” มารียองแม่ลูกสองวัยไล่เลี่ยกับลูกบ้านฉันคุยเล่าเจื้อยๆว่า “ถึงลูกจะไปโรงเรียนแล้ว แม่ๆ อย่างเราก็ไปทำงานยากอยู่นา อยู่เป็น thuisblijfmoeder ต่อไปให้รอดก่อนดีกว่า”

มารียองไม่ได้เรียกตัวเองว่า huisvrouw (housewife) เธอเคยอธิบายว่า thuisblijfmoeder ที่หมายถึง homestay mother นั้นมันฟังดูดีกว่า วันนั้นฉันฟังๆ เขาคุยกัน เลยออกกำลังกายไปคิดตามไปมากมายถึงชีวิตตัวเองที่เข้าข่าย “แม่บ้าน” หรือ “แม่ประจำบ้าน” อะไรก็ตามที ที่ลูกคนเล็กกำลังจะไปโรงเรียนปีหน้า แล้วฉันคิดอะไรกับชีวิตปีหน้าของตัวเองบ้างล่ะหนอ? 

(more…)

คืนรัง

Friday, September 21st, 2007
Share

หากไม่ได้จากบ้านไปนาน คงไม่เกิดความรู้สึกว่า “บ้านหวานบ้าน” มันหวานแค่ไหน แปลกดีที่คนเราชอบหาเรื่องออกท่องเที่ยวเพื่อให้ความรู้สึก “รักบ้าน” กลับคืนมาให้สัมผัสว่า ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านและเตียงนอนของเรา – จริงๆ

เคยอ่านสัมภาษณ์ชายดัทช์อายุห้าสิบอัพคนหนึ่งเขาเล่าเรื่อยๆอย่างไม่แยกระแสสังคมว่า เขาไม่ค่อยชอบไปเที่ยวตะลอนที่ไหน แม้ขอลาพักร้อนยาวๆ ก็เลือกนอนพักร้อนผึ่งพุงอยู่ที่บ้านตัวเองนี่แหละ ไม่กระเสือกกระสนเดินทางไปไกลเกินกว่าสวนหลังบ้าน เหตุผลชี้แจงแจ่มชัดของเขาฟังแล้วก็เข้าท่าดี “ก็บ้านเรามีทุกอย่าง เตียงก็นอนสบายกว่า อุปกรณ์ของใช้ก็มีครบครัน แถมถูกรสนิยมเราเอง ทำไมต้องเดินทางตั้งไกลไปอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ไอ้นู่นไม่มี ไอ้นั่นไม่มี ภาษาบางทีก็พูดกับใครเขาไม่รู้เรื่อง อาหารก็ไม่ถูกปาก ลุ้นทุกครั้งว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายระหว่างทางที่เดินทางไป แถมกลับจากพักร้อนก็โทรม เหนื่อย เมื่อยล้า ผ้าเน่าๆ สามสี่ตะกร้าต้องซักกันข้ามอาทิตย์”

(more…)

ก่อนการเดินทาง

Saturday, July 28th, 2007
Share

ช่วงฤดูปิดเทอมที่นี่ บ้านเราและบ้านคนอื่นๆ แถวยุโรปจะมีกิจกรรมประจำช่วง คือ การอพยพเร่ร่อนไปท่องเที่ยวกัน นัยว่าปีทั้งปีดักดานทำงานง่กๆ พอเด็กปิดเทอมจึงต้องยกโขยงหายออกจากบ้านแรมเดือนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ฉะนั้นใครที่ผ่านมาช่วงเดือน ก.ค.- ส.ค. นี้จะได้พบว่าจราจรทั่วภาคพื้นยุโรปค่อนข้างแออัด รถยนต์แต่ละคันแน่นขนัดไปด้วยสัมภาระที่ขนกันไปราวย้ายบ้าน อัดท้ายรถยังไม่พอ บางคันต้องใช้กระเป๋าฝาครอบเสริมติดตั้งไว้บนหลังคา แถมแบกจักรยานพ่วงบั้นท้ายรถไปอีกด้วย

คนแถวนี้สามารถแบกขนบนรถยนต์คันเดียวท่องเที่ยวทั่วแคว้นได้อย่างเป็นเลิศ !!

แต่ไม่ใช่ชาวยุโรปทุกประเทศหรอกนะที่ขยันแบกขนทั้งคนและของท่องเที่ยวไปทั่ว ที่เห็น ( อาการ ) หนักๆ คือ พวกชาวดอยซ์ – เยอรมัน กับชาวดัทช์นี่ล่ะที่ขยันขับรถท่องเที่ยวแบกขนยาวไกลไม่ย่อท้อ พวกเราอยู่ไปอยู่มาในเมืองตาหรี่แสงน้อยแดดงามๆไม่ค่อยสาดส่อง เลยมีอาการเบิกตา ( เลิกหรี่ ) แห่ตาม หรือเกิดอาการเก็บกดทางสัญชาติที่แปลงกายเข้ามาสิงอยู่ในเรือนร่าง เมื่อเด็กๆ เข้าโรงเรียนแล้วทุกฤดูปิดเทอมผสมโรงออกเดินทางกับเขามั่ง – ด้วยความจำเป็น เพราะช่วงโมงยามเหมาะๆ ถนนหนทางโปร่งๆโล่งๆ ก็ไม่สามารถออกไปตะลอนเหมือนก่อนเคย

(more…)

วันของแม่ (แน่ล่ะหรือ)

Monday, May 14th, 2007
Share

นานทีปีหน แม่อย่างฉันจะได้รับสิทธิพิเศษถูกปรนนิบัติพัดวี นอนฝันหวานตะวันแยงขี้ตาได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะมีวันประกาศกันอย่างเป็นทางการทั่วยุโรปว่า วันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม คือ วันปลดแอกปลดคานออกจากหลังและไหล่ของ(คนที่เป็น)แม่ หลังจากแม่ผู้เฝ้ายองๆ เงยๆ ปรนนิบัติสมาชิกในบ้านมาตลอดปี วันนี้สมาชิกในบ้านต้องหันมาเอาใจ “แม่คนนี้” กันบ้าง สงสัยไอเดีย “ปลดแอก” แม่หนึ่งวันนี้คงตั้งขึ้นด้วยกลัวว่าแม่จะเกิดอาการน้อยใจเตลิดหนีออกจากบ้าน เพราะปีชาติโงหัวไม่ขึ้นจากงานบ้านที่จ่อรอให้ทำไม่หยุดไม่หย่อน วันนี้แม่จะได้อาหารเช้าบนเตียง หากลูกโตพอทำอะไรในครัวได้ มื้อเช้าจะเป็นฝีมือลูกๆ ละเลงมาให้ (ฉันนอนฝันหวานรอเวลานั้นว่าอีกคงไม่นานจะมาถึง) หากลูกยังตัวเล็กๆ คนเตรียมแผนกันการคือ พ่อที่จะลงไปเตรียมอาหารเช้าใส่ถาดให้ แล้วคุณลูกจะประคองถาดขึ้นมาถวายปลุกให้แม่

(more…)

แสงเทียนในวันที่โลกหม่น

Monday, November 7th, 2005
Share

ฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าฤดูหนาว วันกำลังมืดไว ช่วงต่อฤดูกาลเช่นนี้ ฉันเลยชอบจุดเทียนไขให้มุมบ้านมีแสงที่อบอุ่น ตุ่นกับตะหลิวชอบชวนไปเดินเก็บลูกเชสนัทกับใบเมเปิลที่ร่วงๆในวันที่อากาศดี เราเลยรวบรวมสีสันและผลพรรณแห่งฤดูมาจัด “อ่างแสงเทียน” กัน

พอแสงแห่งวันใกล้จะหมด บ้านเราก็จุดไฟเทียนขึ้นมาวอมแวมเพื่อให้อย่างน้อยเกิดความอบอุ่นใจภายในบ้านกับวันที่เริ่มหนาวเย็น มันเป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้าในความหนาวแต่ยังมีเรื่องร้อนรุ่มให้กลุ้มใจบ่อยๆ โลกเราทุกวันนี้หาความอบอุ่นใจให้หัวใจได้รื่นรมย์เล็กๆ…ยากเต็มที

(more…)

เพื่อน(ใหม่)บ้าน(เก่า)

Sunday, November 6th, 2005
Share

เมื่อสองคืนก่อน นั่งจดรายการ “กันลืม” ของตัวเอง แล้วได้พบว่า ลายมือเขียนไทยยิ่งกว่าไก่เขี่ย เพราะไม่ค่อยได้เขียนไทยบ่อยนัก จะโทษอากาศว่าทำให้มือแข็งลากตวัดปากกาไม่ไปก็ไม่น่าจะใช่ แต่เขียนอะไรน้อยเกินไป ถนัดแต่มาจิ้มคีย์บอร์ดไปวันๆ

สองสาวเริ่มทำตัวเป็นสาว เมื่อวานตุ่นมารบเร้าจะซื้อลิปสติก แล้วก็มีงอแงตอนไปซื้อของ เลยต้องซื้อลิปกลอสที่มีสีชมพูให้ ลิปกลอสแบบที่ทาแล้วกันปากแตกตอนอากาศหนาวนี่ล่ะ กว่าจะล่อหลอกกันได้ เพราะเธอจะมุ่งไปที่ชั้นลิปสติกสีสดสวยของสาวๆ บางทีฉันก็ไม่รู้จะเลี้ยงลูกสาวยังไง เพราะตัวเองไม่ค่อยสนใจเรื่องความสวยงาม แต่งหน้าทาปากกับใครเขาไม่เป็น พอเจอเด็กสาวช่างแต่ง(ตามเพื่อน)เลยมีอาการ “กลุ้มจาย” แต่ก็ต้องเลือก “ให้” บ้างตามวาระและโอกาส อย่างน้อยให้อยู่ในสายตา ดีกว่าให้ลูกเก็บกด ให้ลูกลองสวยลองงามแบบเด็กหญิงบ้าง เด็กบางทีก็แค่อยากลองอยากเป็น พอได้ลองได้รู้ก็พอใจ…พูดง่ายบอกง่ายขึ้นเยอะ
(more…)

เศรษฐศาสตร์แห่งเวลา

Sunday, October 30th, 2005
Share

 

ชีวิตในโลกตะวันตก มีช่วงหมุนลดและเพิ่มเวลาปีละ 2 ครั้ง ใบไม้ร่วง ฤดูหนาวใกล้จะมา นาฬิกาบอกเวลาถูกหมุนถอยหลังไป 1 ชั่วโมง ใบไม้ผลิ ฤดูร้อนจะมาเริงร่า นาฬิกาบอกเวลาถูกยืดเข็มออกไปอีก 1 ชั่วโมงเช่นกัน จะอะไรกันนักกับวันเวลา ไม่ว่าจะยืดหรือจะหด โลกก็ยังคงหมุนของมันไป-เช่นเดิม

(more…)

ขอเวลา 5 นาที

Wednesday, June 1st, 2005
Share

มีใครเคยชอบเผลอบ่นไหมว่า “เฮ้อ … อยากให้วันหนึ่งมีมากกว่า 24 ชั่วโมง” เพราะรู้สึกว่ามีอะไรที่ต้องทำมากมายแต่ทำไม่เคยทัน หากจู่ๆ วันเวลาในชีวิตเกิดใจดียืดยาวออกไปอย่างที่นึกอยาก แน่ใจล่ะหรือว่าเราจะใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นมาในชีวิตแต่ละวันทำอะไรที่คิดหวังจนสำเร็จลงได้ – จริงๆ

(more…)

โปรดกรอกช่องอาชีพว่า “แม่บ้าน” อย่างภาคภูมิ

Monday, April 11th, 2005
Share

“เป็นยังไงบ้างชีวิตแม่บ้านให้สามีหาเลี้ยง”

“คนอย่างเธออยู่เฉยๆได้ด้วยเหรอ ไม่ทำงานทำการอะไรเป็นปีๆ” คำทักถามซ้ำๆ จากเพื่อนฝูงของฉัน ยามเมื่อเรามีโอกาสนัดเจอกันเมื่อฉันเดินทางกลับบ้าน ว่าไม่ได้ทักด้วยอาการชื่นชมอิจฉา หากออกจะส่อแววสงสัยใคร่อยากรู้ความจริง ทำเอาฉันต้องเก็บคำถามมานิ่งครุ่นคิดหาคำตอบเหมาะๆ เพื่อต่อบทสนทนาสนองความใคร่รู้ของเพื่อนๆอยู่ครู่ใหญ่

“ก็สบายดีกว่าที่เคยคิดนะ”

(more…)