Share วันหนึ่งตอนปิดเทอมต้นปีเดือนกุมภาพันธ์ของเด็กๆ พวกเราจับรถไฟเข้าไปยังเมืองหลวงอัมสเตอร์ดัมเพื่อใช้เวลาครึ่งค่อนวันในห้องสมุดแห่งใหม่ทันสมัย ใหญ่โต เรียงรายไปด้วยหนังสือน่าอ่านมากมายและเครื่อง iMAC เต็มไปหมด
ห้องสมุดอัมสเตอร์ดัมจัดสร้างมาครบ 90 ปีแล้วในปี 2009 ตึกห้องสมุดแห่งแรกเปิดให้ใช้งานเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1919 ตรง Keizersgracht และมีการขยายสาขาห้องสมุดย่อยเพิ่มมากขึ้นกระจายอยู่ทั่วเมือง จากปี 1928 จำนวน 5 สาขา ปี 1948 จำนวน 10 สาขา ปี 1964 จำนวน 19 สาขา จนกระทั่งถึงปี 1988 ขยายเพิ่มมาเป็นจำนวน 28 สาขา ซึ่งเป็นจำนวนห้องสมุดในอัมสเตอร์ดัมล่าสุดมาจนถึงปัจจุบันนี้
ตึกห้องสมุดกลางแห่งใหม่นี้สร้างเสร็จและเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าใช้เป็นครั้งแรกตามฤกษ์ดี เมื่อวันที่ 07-07-07 นับเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ ณ ปัจจุบันนี้ ใช้งบในการสร้าง 80 ล้านยูโร (ก่อนหน้านี้ห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่เมืองร็อตเตอร์ดัม) เดินทางไปใช้บริการสะดวกมาก เพราะตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม เมื่อออกจากตึกสถานีแล้วเลี้ยวซ้ายเดินไปราว 500 เมตร ก็จะเจอตึกออกแบบทันสมัยตั้งอยู่ตรง Oosterdokseiland
ห้องสมุดแสนใหญ่แสนหรูนี้เปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 10.00 น - 22.00 น. [...]
Share
หนังสือ Life’s Little Instruction book เพื่อนรักมากคนหนึ่งซื้อให้นานมาแล้ว เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่รักมาก อ่านซ้ำบ่อยมาก หยิบเอามาใช้งานตลอดเวลา 20 ปี หนังสือเล่มนี้พ่อเขียนเป็นของขวัญให้ลูกชาย ในวาระที่ลูกชายมาขนสเตอริโอ เครื่องพิมพ์ดีด เสื้อผ้า ย้ายออกไปอยู่หอพักในฐานะนักศึกษาปี 1 ในมหาวิทยาลัย พ่อชื่อ Jackson Brown (ไม่ใช่คนเดียวกับนักร้องคนเก่ง) เขียนหนังสือเพื่อให้ลูก ชื่อ Adam นำติดตัวเอาไปไว้อ่านเตือนใจ เพราะชีวิตเป็นของลูก ลูกกำลังจะไปตามเส้นทางที่เลือก พ่อมิอาจเดินทางไปพร้อมกับลูกได้ พ่อเลยขอเขียนแผนที่ชี้นำเส้นทางชีวิตที่ดีมอบให้ลูก ด้วยคำสอนดีๆ 511 ข้อ
หนังสือเล่มนี้อ่านแล้ว “โดน” ความรู้สึกมากมาย คำแนะนำข้อที่ 49 ที่พ่อเขียนให้ลูกชายคนนี้ คือ
Buy vegetables from truck farmers who advertise with hand-lettered signs.
“ลูกจงเลือกซื้อผักจากรถกระบะชาวสวนที่เขียนป้ายบอกราคาด้วยลายมือโย้เย้“
Share
เวลาซื้อตำราทำอาหารเล่มใหม่ ฉันจะพยายามหยิบเมนูในเล่มมาลองทำสักหนึ่งอย่าง ด้วยว่าช่วงหลังๆ มีอาการหน้ามืดซื้อหนังสือตำราอาหารเดือนละหลายเล่ม ฉันชอบซื้อตำราอาหารมากกว่าตำราทำขนมนมเนย ด้วยว่านิสัยตัวเองหนักการ “กินกับ” อาหารหลักมากกว่ากิน “น้ำตาล” เรื่องการทำกับข้าวสำหรับตัวเอง แท้จริงแล้วไม่ต้องพึ่งตำรากางสูตรชั่งตวงอะไรมาก ผิดกันฉันไม่ชอบทำอาหารตามตำราเป๊ะๆ ยิ่งทำกับข้าวรู้รสมือรสลิ้นที่ตัวเองชอบดี มันไม่ต้องอาศัยตำราอะไรมากมาย ที่ซื้อตำราอาหารอยู่เรื่อยๆ เพราะมันติดราวหนังสืออ่านเล่น เนื่องจากอ่านแล้วเพลิน อ่านแล้วได้ความรู้ใหม่ๆ
บนชั้นหนังสือส่วนอาหารการกิน นอกเหนือจากหนังสือของเชฟที่ชื่นชอบติดตามผลงานสะสมแล้ว ตำราอาหารอิตาเลี่ยนใหม่ๆ กลายเป็นหนังสืือสะสมมากเล่มกว่าตำราอาหารชาติอื่น จำนวนสูสีเฉียดฉิวกับตำราอาหารฝรั่งเศสโซนใต้ย่านโพรวองซ์ ด้วยว่าอาหารในโซนยุโรปตอนใต้นี้มีรสชาติที่กินและกลืนลง หลากหลาย ไม่น่าเบื่อ อีกทั้งคนเขียนตำราอาหารอิตาเลี่ยนนั้นมากมายเหลือเกิน แต่ละเล่มก็ช่างมีเรื่องเล่าที่มาของสูตรเหมือนได้อ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น (ฉันชอบเรียนและอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มาตั้งแต่เด็กๆ) จนซื้อมาอ่านได้ไม่รู้เบื่อ เล่มไหนมาเขียนบอกแต่สูตรและเทคนิค ฉันไม่ค่อยจะนิยมนักหรอก เพราะเสิร์ชหาตามอินเตอร์เน็ตมีมากมายถมถืดลายตา
ฉันมีตำราของนักเขียนและนักทำอาหารเชื้อสายอิตาเลี่ยนแท้ๆ ที่ชื่นชอบมากอยู่ 2-3 คน ประมาณว่าพออ่านข่าวเจอมีนักเขียนชื่อติดตาพวกนี้ออกหนังสือเล่มใหม่แล้วพานจะอยากซื้อไปซะทุกเล่ม (แต่ก็ไม่ได้ซื้อซะทุกเล่มหรอก แค่อ่านรีวิว ดูหน้าปก แง้มดูเนื้อในบางหน้าก็ชื่นใจชื่นตา) นักเขียนตำราอิตาเลี่ยนที่ฉันชอบยิ่งนัก คนแรกชื่อ Anna Del Conte สาวอิตาเลี่ยนที่แต่งงานแล้วโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตำราอาหารอิตาเลี่ยนของเธอหลายเล่มได้รับรางวัลสาขาความรู้โภชนาการ แต่ละเล่มเน้นตัวอักษร น้อยรูปภาพ เหมาะเป็นหนังสืออ่านเอาความรู้สำหรับผู้ชอบการอ่านมากกว่าชอบแค่ดูและดมตำรา รูปปกหนังสือของแอนนาแต่ละเล่มสวย เท่ บาดใจ
อ่านต่อ