Archive for the ‘Kid’s Growing Tale’ Category

สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าความเศร้าที่ยิ่งใหญ่

Sunday, September 19th, 2010
Share

มีผู้ชายคนหนึ่งขี่จักรยานผ่านมา ในมือเขาถือลูกโป่งใบโตสีฟ้ามีลายพิมพ์แผนที่ลูกโลก เขาหยุดจักรยานจอดตรงหน้าตัวเล็ก แล้วยื่นลูกโป่งใบนี้ให้ก่อนที่เราจะไปเข้าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (NEMO) ตัวเล็กเอาลูกโป่งไปฝากที่เคาท์เตอร์จำหน่ายบัตร … เอาลูกโป่งไปลอยชนเพดานที่ร้านอาหารจีน พร้อมบอกว่า “เราต้องให้ข้าวลูกโป่งกินด้วย” เจ้าเดินกอด เดินจูงเชือกลูกโป่งใบนี้ตลอดวัน ด้วยหวังจะพามันกลับบ้าน ตรงชานชาลาก่อนขึ้นรถไฟ อีกเพียงแค่ 15 นาทีก็จะถึงบ้านเราโดยสวัสดิภาพทั้งคนและลูกโป่ง พี่คนโตขอน้องถือลูกโป่ง แล้วยื่นส่งกลับพลาดจนมันหลุดลอยจากมือที่กุมไป ตัวเล็กนั่งร้องไห้สะอื้นบนรถไฟจนถึงบ้าน ตัวโตนั่งกลั้นน้ำตารู้สึกผิดอย่างหนัก เพิ่งได้ประจักษ์ในอกว่าความรักของแม่ที่มีต่อลูกตัวเองนั้นมีอานุภาพดั่งบทกลอน … “แม้นเดือนดาว หากเจ้าอยากได้ ก็จะเอื้อมสอยมาให้” … แม้จะกระทำมันไม่ได้ในความเป็นจริง

เหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตบางวันอาจมีผลทำให้คนหลายคนเกิดความเศร้าร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นแค่เรื่องมุมเล็กส่วนตัวหรือเรื่องมุมกว้างระดับโลกที่สามารถกระจายความเศร้าหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าให้ชีวิตต้องเผชิญผจญต่อไป บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตอาจเป็นแค่ความสุขชั่วคราว เช่นเดียวกับความทุกข์เศร้าที่คงไม่เกาะกุมใจเราแบบยั่งยืน หากโลกนี้ยังคงเหลือความปรานีอันโชคดีต่อชีวิต ท้ายที่สุดสองพี่น้องยอมคืนดีความโกรธชั่วแล่น กลับมากอดกันได้อีกครั้ง – ก่อนเข้านอน

การยอมรับความสูญเสียเล็กๆ คือ บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตน้อยๆ ในวันข้างหน้าชีวิตยังต้องเจอบททดสอบอื่นๆ อีกมากมาย การเดินก้าวข้ามสะพานแห่งความทุกข์เศร้าครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อพบความสุขชั่วครั้งชั่วคราวในชีวิต … ยังมีระยะทางอีกยาวไกลนัก

speel dat liedje maar nog een keer

Friday, February 5th, 2010
Share

Is it a crime? I often turn music very loud while driving kids back and forth. My kids are giggly girls, they annoy me sometimes. I’ve finally found anytimes I put on my favorite song, then they’re quiet!! Instead of yelling at them, the magical music did the work. When the song has ended, kids asked… “Mum…speel dat liedje maar nog een keer…a.u.b…?” (“mum…Could you play that song again?)

The Notebook – สมุดพก

Monday, July 20th, 2009
Share
ทุกๆปีเราจะได้รับสมุดพกของเด็กๆ ก่อนโรงเรียนปิดเทอมสองอาทิตย์ (ราวๆช่วงกลางเดือนมิถุนายน) เพื่อมาอ่านเอาความล่วงหน้า ก่อนที่จะต้องไปนั่งคุยรายตัวราว 10 นาทีกับครูประจำชั้นเกี่ยวกับ “สมุดพก” ของเด็กสามคนที่ได้อ่าน

โรงเรียนที่แดนกังหันส่วนใหญ่จะมีการยื่น “สมุดพก” รายงานผลการเรียนและความประพฤติของนักเรียนให้ผู้ปกครองรับทราบปีการศึกษาละ 2 ครั้ง ครั้งแรกเดือนกุมภาพันธ์ – รายงานชีวิตในโรงเรียนของเด็กๆ ช่วงครึ่งปีการศึกษาแรก ครั้งที่สองเป็นผลสรุปภาคจบชั้นปีการศึกษา

ปีการศึกษาของแดนกังหันนั้นเริ่มต้นช่วงเดือนกันยายน ปิดฤดูการศึกษาราวๆต้นเดือนกรกฎาคม (แต่ละปี แต่ละภาคถิ่นฐานยังปิดช่วงเหลื่อมเวลาต่างกันนิดหน่อย เพื่อกันเรื่องจราจรติดขัด) โรงเรียนย่านยุโรปส่วนใหญ่จะปิดภาคเรียนฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคมเป็นเวลา 6 สัปดาห์ (more…)

เมื่อเด็กๆเข้าครัว

Thursday, March 5th, 2009
Share

 

ช่วงเดือนที่ผ่านมากิจกรรมใหม่ที่น่าสนุกสนานช่วงเย็นที่เด็กๆ รอคอยกันนักหนา คือ การเข้าคิวทำอาหารมื้อเย็น เป็นการลองฝึกมือและมอบหมายความรับผิดชอบแบบใหม่ให้เด็กๆ ซึ่งประสบความสำเร็จเกินคาด

เราเริ่มสอนพื้นฐานในครัวง่ายๆ เช่น รู้จักเลือกวัตถุดิบสดมาปรุงอาหาร การล้าง การหั่น เริ่มต้นฝึกด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างสลัด – ซึ่งทำกันได้ไม่ซ้ำแบบ ได้ลองวัตถุดิบหลากหลาย เด็กทำได้เองทั้งหมดเพราะแค่ล้างผัก หั่นผัก และอื่นๆมาผสมผสานจัดเรียงลงจานให้สวยงามอย่างที่ตัวเองชอบใจ (เด็กๆ แอบสร้างสรรค์กันสุดฤทธิ๋) ไม่ต้องเอาอะไรขึ้นเตาปรุง ไม่ต้องระวังไหม้ แถมสอนให้ผสมน้ำสลัดแบบง่ายๆ ที่เด็กคนไหนก็ทำได้ ภาระเล็กๆ ที่เด็กๆ ภูมิใจเหลือหลาย

กิจกรรมทำอาหารด้วยกันกับลูกวันละคน ดำเนินมาเดือนกว่าๆ เด็กได้คุ้นเคยกับกิจกรรมและภาระในครัวยามเย็นแบบใหม่ ผลัดเวรกันไปคนละวัน จากเมนูน้ำย่อยเราเริ่มเคลื่อนไปสู่เมนูของหวานที่ง่ายๆอีกเช่นกัน

เมนูเรียกน้ำย่อย แมนูของหวานของเด็กๆ ที่น่าเอร็ดอร่อยบ้านนี้มีอะไรบ้าง จะมาเขียนเล่าละเอียดๆ ต่อไป 

อยากอ่านต่อต้องรอสักนิด เพราะยังเขียนไม่จบ (มาแปะบล็อกล่อให้ตัวเองอยากเขียนให้จบๆ ซะงั้น) 

Let it snow

Sunday, November 23rd, 2008
Share
ฤดูหนาวมาเยือนแล้วจริงๆ อุ่นอิงเตาผิงอยู่ในบ้าน จิบโกโก้ร้อนๆ และนอนอ่านหนังสือเป็นวันอาทิตย์ที่แม่แสนเกียจคร้าน รีดผ้าหมดบ้านแล้ว นั่งแหมะข้างๆ

เด็กบางคนที่กำลังบันทึกจินตนาการ ในระหว่างที่พี่ๆ ออกไปเล่นปาหิมะ เจ้าตัวเล็กทนหนาวได้ไม่นาน วิ่งกลับมาอิงความอุ่นในบ้าน วาดรูปเล่นอย่างสุขสงบดีกว่าเอย

เมื่อเกาลัดแปลงกาย

Sunday, November 2nd, 2008
Share

สมัยเด็กๆ จำได้ไหม เรามักจะเก็บอะไรในป่า ในทุ่งมาประดิษฐ์อะไรเล่นกัน ของเล่นพลาสติกสมัยเราเด็กๆ เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ส่วนใหญ่พ่อแม่ซื้อแต่ไม้ปิงปอง ไม้แบดมินตัน เกมเศรษฐีให้เล่มหมู่ แบบเล่นกันได้ทั้งครอบครัว เด็กสมัยนี้เขาเล่น Nintendo DS เด็กบ้านเราก็มีนะ ตัวโตเอาไว้หัดเรียนเลขด้วย เราก็ซื้อของเล่นให้เขาแบบตามกำลัง ตามโอกาสเหมาะ ส่วนใหญ่จะซื้อของเล่นแพงๆ ให้ เมื่อเขาสอบผ่าน เช่น สอบว่ายน้ำผ่าน ไม่ตึง ไม่หย่อน เล่นทั้งแบบโบราณและล้ำสมัยคละกันไป เด็กยุคนี้โตไม่เหมือนยุคเรา พ่อแม่ต้องเข้าใจ ถ้าสอนลูกให้รู้จักทั้งสองโลกที่เชื่อมต่อถึงกันได้ เขาจะรู้จักเลือกของเขาเอง … หวังไว้

ของบางอย่างกินไม่ได้ แต่มีเท่ มีเก๋ ด้วยโครงสร้างธรรมชาติของมัน ถ้าเรารู้จักมองความเท่ของธรรมชาติสิ่งนั้นเจอ

มนุษย์เกาลัด … ขาไม้จิ้มฟัน

ฝีมือแปลงกายเกาลัดแบบเด็กๆ

เกาลัดและของจากป่าอีกมากมาย เราวางไว้ดูเล่นสวยงาม จัดได้เต็มโต๊ะหลังบ้าน เด็กๆเรียก โต๊ะฤดูใบไม้ร่วง ตอนนี้ใบไม้เริ่มร่วงเกือบหมดแล้ว อากาศเริ่มเปลี่ยน เรากำลังจะต้องเก็บกวาด เปลี่ยนโต๊ะเป็นเทศกาลซานต้ามาเยือนอีกแล้ว จริงๆ ไม่ได้ฉลองเทศกาล ทำอะไรกับวันพวกนี้มากหรอก เน้นหากิจกรรมมาทำสนุกกับเด็กๆ แก้เบื่ออากาศมัวซัวเท่านั้นเองน่ะ ตอนนั่งทำกับเด็กๆ นึกถึงคุณลุงที่ทำเจ้าพีน็อคคิโอ เจ้าตุ๊กตาเกาลัดพอตกดึก มันจะลุกขึ้นมาเดินเหินมีชีวิตหรือเปล่าหนอ ฮึๆ ตุ๊กตายังเก็บวางไว้อยู่เลย …

ฝากบอกต่อ หนังสือชื่อ “บันทึกชาวทุ่ง” เขียนโดย พรศิริ บูรณเขตต์ พิมพ์โดย สนพ.วงกลม เป็นหนังสือที่เขียนและวาดภาพ การทำของเล่นจากสิ่งของธรรมชาติ คนเขียนเป็นหลานของจ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ – เจ้าของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ. พิษณุโลก เธอเขียนหนังสือบันทึกชีวิตและของเล่นวัยเด็กจากที่คุณยายเธอเล่าให้ฟัง มีรูปวาดประกอบลายเส้นสวยงามทั้งเล่ม หนังสือเล่มนี้น่ารักมากกกกก ใครมีลูกหลานอยากแนะนำให้ซื้อกันค่ะ เราไปเดินเจอโดยบังเอิญที่งานสืบสานล้านนาที่เชียงใหม่เมื่อ 4 ปีก่อน

ตามเด็กๆ ไปเก็บเกาลัด

Sunday, November 2nd, 2008
Share

 

เราไปเดินป่าใบไม้ร่วงใกล้บ้านเกือบทุกๆ สองวัน ช่วงที่อากาศดีๆ คนมีหมาต้องเอาหมาไปปล่อยวิ่งที่กว้างๆ คนมีลูกก็เช่นกัน ต้องเอาเด็กไปปล่อยพลัง โชคดีที่เรามีป่าใกล้บ้าน เดินไปเยี่ยมหาพักพิงบรรยากาศป่าเปลี่ยนฤดูได้เสมอๆ

(more…)

เรื่องเล่าถึงลูก…สมัยหนึ่งนานมาแล้ว

Thursday, April 3rd, 2008
Share

เพื่อนสนิทแม่โทรทางไกลมาหา สมมุติว่าชื่อ ต.ต. แม่คุยโทรศัพท์ติดพันกับเพื่อนอยู่นาน ตุ่นเลยทำการมาขอจุ้น

ตุ่น – Ik wil ook kletsen (พูดมั่ง พูดมั่ง)
แม่ – อ๊ะ นี่แม่พูดภาษาไทยนะ ไหนพูดสวัสดีน้า ต.ต. ก่อน
ตุ่น – ฮาลโหล …ต.ต. (เสียงหวานยานคาง)

หลังจากนั้นยืนกำโทรศัพท์ซะเงียบฉี่ เอาแต่พยักหน้าหงึกหงักแล้วส่งหูคืนให้แม่ ประเดี๋ยวมากระแซะจะขอพูดอีก (สงสัยแม่คุยนานไป)
แม่ – จะไปไทยแลนด์ ก็ต้องพูดภาษาไทยรู้ไหม
ตุ่น – งั้นเราไปประเทศอื่นกันเถอะ…แม่ (ตอบมาเป็นดัทช์ซะงั้น)

(more…)

ปริศนาที่มาของเด็กในท้อง

Thursday, February 7th, 2008
Share

Illustration by Keith Haring 

บางวัน (วันที่เราอารมณ์ดีๆ) บางตอที่บ้านชอบวิ่งเอาหัวมามุดในเสื้อแม่ แล้วเล่นเกม “กลับเข้าไปอยู่ในท้องใหม่” ให้แม่ออกแรงเบ่งคลอดพรวดออกมาอีกทีจากเสื้อยืด บางวันตัวไหนดื้อแม่ก็จับหัวไอ้ตัวยุ่งกดยัดเข้าไปในเสื้อ-คลุมไว้เป็นไอ้โม่งสักอึดใจ แอบเปิ๊ดกะโหลกเบาๆ แล้วบ่นว่า “จงกลับเข้าไปอยู่ในท้องใหม่ ไม่ต้องออกมาเพ่นพ่าน ยุ่งนัก”

อยู่มาวันหนึ่ง (วันที่เราอารมณ์ดี) สามตอล้อมวงตั้งปุจฉา แล้ววิสัชชนากันเองเรื่อง “เราเข้าไปอยู่ในท้องแม่ได้อย่างไร?” แม่นั่งฟังยิ้มๆถามลุ้นๆ “เออ … เข้ามาอยู่ได้ยังไงล่ะ” ตอแรกกับตอที่สองช่วยกันคิดหนัก ก่อนที่จะเริ่มเล่ามาด้วยมาด “หนูฉลาดนะจ๊ะ แม่” – ธ่อๆ

(more…)

Que Sera Sera

Thursday, January 10th, 2008
Share

เคยนึกเตรียมว่าวันหนึ่งจะได้ร้องเพลง Que Sera Sera ให้ลูกฟัง หากลูกมาถามว่าโตขึ้นหนูจะเป็นอะไรดี? เมื่อแอบแย๊บถามสามตัวที่บ้านว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” ลูกกลับมีคำตอบชัดเจนของตัวเองตอบได้ฉะฉานว่าหนูอยากเป็นนั่นเป็นนี่  มีไอเดียอาชีพและสิ่งที่ใฝ่ฝันมาจ่อรอมากมายอยู่ในหัว แม่อย่างเราเลยอด … กี เซรา เซรา … สอนลูกไปซะ

(more…)