// archives

Kid's Growing Tale

This category contains 18 posts

speel dat liedje maar nog een keer

Share
Is it a crime? I often turn music very loud while driving kids back and forth. My kids are giggly girls, they annoy me sometimes. I’ve finally found anytimes I put on my favorite song, then they’re quiet!! Instead of yelling at them, the magical music did the work. When the song has ended, kids asked… “Mum…speel [...]

The Notebook – สมุดพก

Shareทุกๆปีเราจะได้รับสมุดพกของเด็กๆ ก่อนโรงเรียนปิดเทอมสองอาทิตย์ (ราวๆช่วงกลางเดือนมิถุนายน) เพื่อมาอ่านเอาความล่วงหน้า ก่อนที่จะต้องไปนั่งคุยรายตัวราว 10 นาทีกับครูประจำชั้นเกี่ยวกับ “สมุดพก” ของเด็กสามคนที่ได้อ่าน

โรงเรียนที่แดนกังหันส่วนใหญ่จะมีการยื่น “สมุดพก” รายงานผลการเรียนและความประพฤติของนักเรียนให้ผู้ปกครองรับทราบปีการศึกษาละ 2 ครั้ง ครั้งแรกเดือนกุมภาพันธ์ – รายงานชีวิตในโรงเรียนของเด็กๆ ช่วงครึ่งปีการศึกษาแรก ครั้งที่สองเป็นผลสรุปภาคจบชั้นปีการศึกษา
ปีการศึกษาของแดนกังหันนั้นเริ่มต้นช่วงเดือนกันยายน ปิดฤดูการศึกษาราวๆต้นเดือนกรกฎาคม (แต่ละปี แต่ละภาคถิ่นฐานยังปิดช่วงเหลื่อมเวลาต่างกันนิดหน่อย เพื่อกันเรื่องจราจรติดขัด) โรงเรียนย่านยุโรปส่วนใหญ่จะปิดภาคเรียนฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคมเป็นเวลา 6 สัปดาห์

เมื่อเด็กๆเข้าครัว

Share 
ช่วงเดือนที่ผ่านมากิจกรรมใหม่ที่น่าสนุกสนานช่วงเย็นที่เด็กๆ รอคอยกันนักหนา คือ การเข้าคิวทำอาหารมื้อเย็น เป็นการลองฝึกมือและมอบหมายความรับผิดชอบแบบใหม่ให้เด็กๆ ซึ่งประสบความสำเร็จเกินคาด
เราเริ่มสอนพื้นฐานในครัวง่ายๆ เช่น รู้จักเลือกวัตถุดิบสดมาปรุงอาหาร การล้าง การหั่น เริ่มต้นฝึกด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างสลัด – ซึ่งทำกันได้ไม่ซ้ำแบบ ได้ลองวัตถุดิบหลากหลาย เด็กทำได้เองทั้งหมดเพราะแค่ล้างผัก หั่นผัก และอื่นๆมาผสมผสานจัดเรียงลงจานให้สวยงามอย่างที่ตัวเองชอบใจ (เด็กๆ แอบสร้างสรรค์กันสุดฤทธิ๋) ไม่ต้องเอาอะไรขึ้นเตาปรุง ไม่ต้องระวังไหม้ แถมสอนให้ผสมน้ำสลัดแบบง่ายๆ ที่เด็กคนไหนก็ทำได้ ภาระเล็กๆ ที่เด็กๆ ภูมิใจเหลือหลาย
กิจกรรมทำอาหารด้วยกันกับลูกวันละคน ดำเนินมาเดือนกว่าๆ เด็กได้คุ้นเคยกับกิจกรรมและภาระในครัวยามเย็นแบบใหม่ ผลัดเวรกันไปคนละวัน จากเมนูน้ำย่อยเราเริ่มเคลื่อนไปสู่เมนูของหวานที่ง่ายๆอีกเช่นกัน
เมนูเรียกน้ำย่อย แมนูของหวานของเด็กๆ ที่น่าเอร็ดอร่อยบ้านนี้มีอะไรบ้าง จะมาเขียนเล่าละเอียดๆ ต่อไป 
อยากอ่านต่อต้องรอสักนิด เพราะยังเขียนไม่จบ (มาแปะบล็อกล่อให้ตัวเองอยากเขียนให้จบๆ ซะงั้น) 

Let it snow

Shareฤดูหนาวมาเยือนแล้วจริงๆ อุ่นอิงเตาผิงอยู่ในบ้าน จิบโกโก้ร้อนๆ และนอนอ่านหนังสือเป็นวันอาทิตย์ที่แม่แสนเกียจคร้าน รีดผ้าหมดบ้านแล้ว นั่งแหมะข้างๆ
เด็กบางคนที่กำลังบันทึกจินตนาการ ในระหว่างที่พี่ๆ ออกไปเล่นปาหิมะ เจ้าตัวเล็กทนหนาวได้ไม่นาน วิ่งกลับมาอิงความอุ่นในบ้าน วาดรูปเล่นอย่างสุขสงบดีกว่าเอย

เมื่อเกาลัดแปลงกาย

Share 
เม่นน้อยเกาลัด
สมัยเด็กๆ จำได้ไหม เรามักจะเก็บอะไรในป่า ในทุ่งมาประดิษฐ์อะไรเล่นกัน ของเล่นพลาสติกสมัยเราเด็กๆ เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ส่วนใหญ่พ่อแม่ซื้อแต่ไม้ปิงปอง ไม้แบดมินตัน เกมเศรษฐีให้เล่มหมู่ แบบเล่นกันได้ทั้งครอบครัว เด็กสมัยนี้เขาเล่น Nintendo DS เด็กบ้านเราก็มีนะ ตัวโตเอาไว้หัดเรียนเลขด้วย เราก็ซื้อของเล่นให้เขาแบบตามกำลัง ตามโอกาสเหมาะ ส่วนใหญ่จะซื้อของเล่นแพงๆ ให้ เมื่อเขาสอบผ่าน เช่น สอบว่ายน้ำผ่าน ไม่ตึง ไม่หย่อน เล่นทั้งแบบโบราณและล้ำสมัยคละกันไป เด็กยุคนี้โตไม่เหมือนยุคเรา พ่อแม่ต้องเข้าใจ ถ้าสอนลูกให้รู้จักทั้งสองโลกที่เชื่อมต่อถึงกันได้ เขาจะรู้จักเลือกของเขาเอง … หวังไว้
ของบางอย่างกินไม่ได้ แต่มีเท่ มีเก๋ ด้วยโครงสร้างธรรมชาติของมัน ถ้าเรารู้จักมองความเท่ของธรรมชาติสิ่งนั้นเจอ

ตามเด็กๆ ไปเก็บเกาลัด

Share 
เราไปเดินป่าใบไม้ร่วงใกล้บ้านเกือบทุกๆ สองวัน ช่วงที่อากาศดีๆ คนมีหมาต้องเอาหมาไปปล่อยวิ่งที่กว้างๆ คนมีลูกก็เช่นกัน ต้องเอาเด็กไปปล่อยพลัง โชคดีที่เรามีป่าใกล้บ้าน เดินไปเยี่ยมหาพักพิงบรรยากาศป่าเปลี่ยนฤดูได้เสมอๆ

เรื่องเล่าถึงลูก…สมัยหนึ่งนานมาแล้ว

Shareเพื่อนสนิทแม่โทรทางไกลมาหา สมมุติว่าชื่อ ต.ต. แม่คุยโทรศัพท์ติดพันกับเพื่อนอยู่นาน ตุ่นเลยทำการมาขอจุ้น
ตุ่น – Ik wil ook kletsen (พูดมั่ง พูดมั่ง)
แม่ – อ๊ะ นี่แม่พูดภาษาไทยนะ ไหนพูดสวัสดีน้า ต.ต. ก่อน
ตุ่น – ฮาลโหล …ต.ต. (เสียงหวานยานคาง)
หลังจากนั้นยืนกำโทรศัพท์ซะเงียบฉี่ เอาแต่พยักหน้าหงึกหงักแล้วส่งหูคืนให้แม่ ประเดี๋ยวมากระแซะจะขอพูดอีก (สงสัยแม่คุยนานไป)
แม่ – จะไปไทยแลนด์ ก็ต้องพูดภาษาไทยรู้ไหม
ตุ่น – งั้นเราไปประเทศอื่นกันเถอะ…แม่ (ตอบมาเป็นดัทช์ซะงั้น)

ปริศนาที่มาของเด็กในท้อง

Share 
บางวัน (วันที่เราอารมณ์ดีๆ) บางตอที่บ้านชอบวิ่งเอาหัวมามุดในเสื้อแม่ แล้วเล่นเกม “กลับเข้าไปอยู่ในท้องใหม่” ให้แม่ออกแรงเบ่งคลอดพรวดออกมาอีกทีจากเสื้อยืด บางวันตัวไหนดื้อแม่ก็จับหัวไอ้ตัวยุ่งกดยัดเข้าไปในเสื้อ-คลุมไว้เป็นไอ้โม่งสักอึดใจ แอบเปิ๊ดกะโหลกเบาๆ แล้วบ่นว่า “จงกลับเข้าไปอยู่ในท้องใหม่ ไม่ต้องออกมาเพ่นพ่าน ยุ่งนัก”
อยู่มาวันหนึ่ง (วันที่เราอารมณ์ดี) สามตอล้อมวงตั้งปุจฉา แล้ววิสัชชนากันเองเรื่อง “เราเข้าไปอยู่ในท้องแม่ได้อย่างไร?” แม่นั่งฟังยิ้มๆถามลุ้นๆ “เออ … เข้ามาอยู่ได้ยังไงล่ะ” ตอแรกกับตอที่สองช่วยกันคิดหนัก ก่อนที่จะเริ่มเล่ามาด้วยมาด “หนูฉลาดนะจ๊ะ แม่” – ธ่อๆ

Que Sera Sera

Shareเคยนึกเตรียมว่าวันหนึ่งจะได้ร้องเพลง Que Sera Sera ให้ลูกฟัง หากลูกมาถามว่าโตขึ้นหนูจะเป็นอะไรดี? เมื่อแอบแย๊บถามสามตัวที่บ้านว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” ลูกกลับมีคำตอบชัดเจนของตัวเองตอบได้ฉะฉานว่าหนูอยากเป็นนั่นเป็นนี่  มีไอเดียอาชีพและสิ่งที่ใฝ่ฝันมาจ่อรอมากมายอยู่ในหัว แม่อย่างเราเลยอด … กี เซรา เซรา … สอนลูกไปซะ

รักวัวให้ผูก รักลูกให้โหด

Shareสำนวนภาษาไม่ได้บอกกิริยามารยาทได้เที่ยงตรงเสมอไป ดังนั้นฉันจึงภูมิใจบอกกล่าวต่อใครๆ ไว้ล่วงหน้าเสมอ กันความเข้าใจผิดพลาดที่ว่า (คนอย่าง) ฉันจะเข้าข่ายแม่ดีเด่นประเสริฐเลิศ รักลูกคะลูกขาปานดวงใจ น้องมัช น้องซัม น้องอัน น้องนั่นน้องนี่ แม่อย่างฉันไม่เคยเรียกนำหน้าชื่อลูก ด้วยลูกที่เคยนอนเป็นทารกอยู่ข้างๆ ไส้ตัวฉันเองนั้น ไม่ควรนับญาติว่าเป็นน้อง เพราะลูกๆไม่ได้คลานออกมาจากท้องแม่เดียวกันกับฉัน จะมาเรียกน้องนำหน้าลูกทำไมกัน (มันจั๊กกะจี๋ริมฝีปากยุ่บๆ) เทคนิคการขานเรียกลูกให้ได้ผล เราไม่ควรผสมโทนเสียงใส่น้ำหวาน แม่ที่เคยแอบเรียน ร.ด. แค่เอ่ยลั่นๆว่า “ไอ้มัช ไอ้ซัม ไอ้อัน…มากินข้าวววว!” น้ำเสียงเน้นหนักศักดิ์สิทธิ์ได้ผล (เกือบ) ทุกครั้ง เด็กๆ (บ้านนี้) จะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างวิ่งจู๊ดมานั่งโต๊ะกินข้าวเร็วกว่าวาจาเรียกเจื้อยๆ ว่า “น้องมัช น้องซัม และน้องอันจ๋า มากินข้าวเร็วไวจ้ะลูก” (เธอๆ ไม่มาหรอกฮ่ะ)

Archives