โต๊ะเขียนชีวิต (1) โต๊ะมัธยมต้น-ปลาย

Share

ในบรรดาสมบัติ (ไร้ค่า) แสนรักทั้งหลาย พวกกล่องรูป กล่องบัตร กล่องจดหมายเพื่อน-จดหมายแฟน(เก่าๆ ทั้งที่เรารักเขา เขารักเรา และไม่รักกันเลย -ก็มี) ที่เก็บสะสมมาตั้งแต่ประถม มัธยม จนถึงปัจจุบัน กล่องๆ เหล่านี้นับเป็นหีบสมบัติอันล้ำค่าที่ฉันเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระเบียบ หอบหิ้วระหกระเหินติดตัวไว้ไม่เคยห่าง แม้จะย้ายถิ่นฐานสามชั้นตึกหรือสามหมื่นไมล์ข้ามขอบโลก … ด้วยว่าสิ่งของที่บรรจุอยู่ในกล่องมีค่ามหาศาลทางจิตใจ

บางค่ำคืน จู่ๆ นึกอยากกลับไปเยี่ยมวัยวันเมื่อตอนอายุ 15 ปี ฉันจะชอบมาเปิดกล่องๆ นั่งรื้อค้นดูซากสิ่งของเก่าๆ ที่ยังคงเก็บไว้จากยุคสมัยวัยเยาว์นั้น ของไร้ค่าบางอย่าง เช่น ตั๋วรถเมล์สีส้มสายยาวต่างจังหวัด กระดาษปรู๊ฟเปื่อยๆ สีเหลืองราคา 3 บาท ตั๋วรถเมล์ที่เคยขึ้นจากบ้านไปโรงเรียนสมัยเรียนมอปลาย ไม่รู้เหมือนกันว่าเก็บมันไว้ทำไม? แต่พอหยิบขึ้นมาพลิกดูครั้งใด ตั๋วรถเมล์กลายเป็นใบหน้าเพื่อนๆกลุ่มมัธยมปลายเจ็ดคนโผล่มาตรงป้ายรอรถเมล์หน้าโรงเรียน เหมือนฝันหรือฉันคงอาจจะเป็นบ้าไป เพราะคล้ายจะได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเราลอยแว่วมาด้วย … แล้วฉันก็เผลอนั่งยิ้มกับตั๋วรถเมล์ใบนั้นกับภาพหลอนในวันเก่า จนลืมเวลาไปนอนออกบ่อยๆ

ยิ่งแก่ ยิ่งเปิดกล่องๆ เหล่านี้ ยิ่งรู้สึกรักวันเวลาเก่าๆและสิ่งที่เคยผ่านพบมาในชีวิต ด้วยว่ามันช่างล้นเปี่ยมไปด้วยความทรงจำดีๆ ไม่ค่อยมีความทรงจำแย่ๆ หรือเรื่องราวร้าวรานกับชีวิตจนไม่อยากย้อนคิดถึง หากมีผู้คนแสนรักนับร้อยโผล่หน้าเรียงสลอนมาให้นั่งนับระลึกถึง โดยที่เขาและเธอคงไม่รู้ตัวกันเลย

กล่องภาพถ่ายมุมสถานที่เก่าๆ ที่เคยผูกพันยาวนานของชีวิต เหมือนได้พาฉันกลับไปเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนั้นได้ทุกครา ไม่ว่าสถานที่ในรูปถ่ายหลายมุมจะไม่เหลือซากใดๆ ให้สามารถกลับไปเยี่ยมชมได้อีกแล้วก็ตาม ฉันไม่เคยคิดล่วงหน้ามาก่อนเลยว่าความสนุกซนๆ ชอบถ่ายรูปมุมที่ตัวเองผูกพันและแสนรักเก็บไว้ จะกลายเป็นหลักฐานที่มีความหมายกับชีวิตของตัวเองยิ่งนัก ได้กลับมานั่งดูรูปถ่ายบางรูปเหมือนมีลางบอกอนาคตชีวิตตัวเองไว้นัยๆ แต่ฉันกลับไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นสิ่งใดยามที่นั่งอยู่ตรงนั้น ณ วันก่อน

สมัยเรียนมอต้น เพื่อนสนิทที่นั่งคู่กันชื่อ ตุ๊ก – นิธิวดีเคยตั้งข้อสังเกตบอกเล่าว่าฉันเป็นคนที่ชอบเดินแผนกเครื่องเขียนมากเหลือเกิน บ้าซื้อดินสอ ปากกา ไม้บรรทัด สีเทียน สีไม้ สมุด กระดาษ ซองจดหมาย หากเราสองคนมีโอกาสไปเดินซื้อของตามห้างด้วยกันเมื่อไร ฉัน เป็นต้องได้เสียเงิน (ที่ไม่ค่อยจะมี) กับพวกดินสอ ปากกา ไม้บรรทัด กระดาษทุกทีไป จนเพื่อนตุ๊กต้องร้องเตือนแกมรำคาญว่า “แกจะซื้อทำไมอีก แกมีตั้งเยอะแล้วไอ้ดินสอ กระดาษพวกนี้น่ะ”

ฉันเองตอบตัวเองไม่ได้ ทำไมวันๆ คิดแต่จะซื้อดินสอเอามาขีดเขียน ไม่เคยฝันใฝ่อยากโก้เป็นนักเขียนอะไรกับเขาเลยสักนิดในวัยนั้น คาดว่าเป็นโรคจิตติดกลิ่นกระดาษดินสอ และไม่ใช่เพียงแค่กระดาษและดินสอเท่านั้นหรอกที่ฉันเคยรักชอบนักหนา หากฉันยังรักที่จะมีโต๊ะเขียนหนังสือเป็นของตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ การเติบโตมาในครอบครัวพี่น้องหลายคนในบ้านพักราชการหลังเล็กๆ ทำให้ไม่เคยมีห้องนอนส่วนตัว ขอแค่ได้ยึดมุมวางโต๊ะเขียนหนังสือของตัวเองไว้สักมุมเถอะนะ นั่นเป็นอาณาเขตและโลกส่วนตัวที่พิเศษยิ่งใหญ่แล้วสำหรับเด็กอย่างฉัน  

ความทรงจำเกี่ยวกับโต๊ะเขียนหนังสือตัวแรกที่ใช้เมื่อครั้งสมัยเรียนอยู่ชั้นมอหนึ่งจนถึงมอปลายล่วงเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่ง มีวิทยุเครื่องโปรดสีแดงที่ไปยึดใครๆ เขามาครอบครองแสร้งว่าเป็นสมบัติของตัวเอง (วิทยุเครื่องนี้ปัจจุบันยังคงใช้งานอยู่ที่บ้านพ่อแม่ จำได้แม่นว่ายี่ห้อ National ลำโพงเสียงแจ่มแจ๋วที่สุด) รอบโต๊ะเขียนหนังสือ หามีหนังสือเรียนใดๆ ไม่ แต่เต็มไปด้วยกองเทปเพลงศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ กลับจากโรงเรียนยามบ่ายเปิดฟังคลื่นรายการเพลงสากล Radio Active ของค่ายไนท์สปอต มีความสุขสันโดษกับเพลงจากวงดนตรีดีๆ เช่น A-Ha , Cutting Crew , The Outfield (- Your love คือ เพลงโปรดที่สุดของฉันจากวงนี้ จำได้ว่าตอนอายุ 15-17 ปี ฉันฟังแต่เพลงของวงนี้จนเทปพังซื้อใหม่ซ้ำไปสามครั้ง ยังคงเกิดอาการฮึกเหิม โยกหัวแหกปากร้องตามเพลงของพวกเขาอยู่ทุกครั้งเมื่อรายการเพลงฝั่งเบลเยี่ยมเปิดเล่นขึ้นมาในบางวันจนถึงปัจจุบันนี้…) และในบรรดาศิลปินยุคนั้นไม่มีใครที่ฉันรักหัวปักหัวปำมากไปกว่า Rick Ocasek หัวเรือแห่งวง The Car ที่เพิ่งมาออกอัลบั้มเดี่ยว เพลง Emotion In Motion อันเป็นเพลงกล่อมนอนทำให้ฉันนอนหลับฝันดีจนตื่นสาย ถูกแม่ด่าได้ซ้ำซากอยู่เสมอเพราะไปโรงเรียนสายประจำ

ตกกลางคืน รายการเพลงไทย “โลกสวยด้วยเพลง” ของเฮียวินิจ เลิศรัตนชัย ทำให้ฉันได้ฟังเพลงไทยเนื้อหาเรียบๆ ทำนองดนตรีเนียนๆ ระรื่นหูแบบ ไปเป็นชาวเกาะ ของปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ได้รู้จักกับอัลบั้มบ้าหอบฟาง ได้บ้าคลั่งกับอัลบั้มแดนศิวิไลซ์ ได้เคลิ้มกับศิลปินคู่ร้องเพลงไทยสำเนียงอเมริกันแบบเบิร์ด-ฮาร์ท ที่แอบส่งเดโมมาให้เฮียเขาเปิดในรายการก่อนได้ออกเทปจริง แล้วดังกรี๊ดกันสนั่นในยุคโน้น

โต๊ะเขียนหนังสือตัวเดิมไม่ได้ตั้งอยู่ ณ ที่ใดๆ อีกแล้วในวันนี้ คงเหลือแค่ภาพถ่ายโต๊ะเขียนหนังสือตัวแรกที่เคยยึดครอง เก็บบันทึกร่องรอยความทรงจำ กล่องเทปเสียงเพลงที่เคยรัก หนังสือเล่มที่เคยอ่านค้าง (ดอกไผ่ เขียนโดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล – นักเขียนคนโปรดชื่นชมมากในช่วงที่เรียนอยู่มอ.หก)

นี่คือโต๊ะเขียนหนังสือตัวแรกที่ฉันริเขียนบันทึกถึงชีวิต…

* คลิกชื่อวงดนตรีและชื่อเพลงจะได้ยินเพลงฮิตของยุคสมัยนั้นกัน*

Tags: , ,

5 Responses to “โต๊ะเขียนชีวิต (1) โต๊ะมัธยมต้น-ปลาย”

  1. Mod-x says:

    เจ๊ เราเหมือนกันอย่างนึงคือ ชอบไปเดินแผนกเครื่องเขียน
    แม้ว่าตอนนี้เจ๊จะเปลี่ยนไปบ้าเดินแผนกเครื่องครัวแล้วในตอนนี้
    แต่มดยังบ้าไปเดินแผนกเครื่องเขียนอยู่นะ

  2. admin says:

    บ้าเหมือนกันอย่างเดียวจริงอะ มด เดี๋ยวร่ายเช็คลิสต์ซะเลย
    รู้เปล่าพวกกระดาษที่ซื้อๆไว้น่ะ ยังเก็บมาจนบัดนี้
    ไม่ค่อยกล้าใช้ กลัวมันหมด ดีแต่ซื้อใหม่มาเก็บ
    จดหมายก็เขียนน้อยลง แต่ไม่ยอมหยุดซื้อ
    แผนกเครื่องเขียนในฝันที่ชอบนี่ต้องแนวขายกระดาษเยอะๆ
    อุปกรณ์วาดๆ เขียนๆ ดินสอหลายเกรด HB 2B 3H 4H
    หลากหลายสีน่ะ ชอบมั่กๆ

    บ้าเครื่องครัวนี่ก็บ้ามานานแล้ว
    แต่บ้าแอบๆ กลัวคนรู้จะโดนโห่ว่า ไม่เข้ากับหน้า

    ช่วงหลังๆ บ้าผ้า วันนี้ไปตลาดซื้อผ้ามาอีก 5 เมตร
    ยิ่งแก่ยิ่งบ้าไปเรื่อย 55

  3. Tanya says:

    มีโต๊ะเขียนหนังสือแต่เด็กเหมือนกันค่ะ แต่………ไม่เคยใช้เท่าไหร่เลย เพราะไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรค่ะ ชอบนอนเขียนหนังสือ อ่านหนังสือก็นอนอ่าน เล่นเน็ตก็ยังนอนเล่น (โรคขี้เกียจดีๆนี่เอง)เป็นมาตั้งแต่อนุบาล ให้นั่งเก้าอี้มันรู้สึกขัดๆหลังๆ นั่งไม่ได้นาน ต้องคอยลุกไปนั่นมานี่

    ป.ล. ขอบคุณที่ทำฟ้อนต์ใหญ่ขึ้นค่ะ อ่านง่ายสบายตาแล้วค่ะ ^__^

  4. Mod-x says:

    ตอนอยู่กรุงเทพมดก็บ้าผ้าเหมือนกันนะ
    ที่บ้านจะมีจักรซิงเกอร์รุ่นเก่า ๆ อยู่ 1 ตัว
    ชอบเย็บกระเป๋า แล้วก็เอามาปักคำเก๋ ๆ เป็นภาษาอังกฤษแจกเพื่อน
    ไล่แจกเค้าเหมือนเจ๊น่ะแหละ : )

    นึกถึงเมื่อก่อน มดเนี่ยบ้าประดิษฐ์ประดอยสารพัดอย่าง
    แต่ตอนนี้ไฟแบบนั้นมันไม่เหลือแล้วนะซี้เจ๊ ไม่รู้มันหายไปไหนหมด
    ไอ้งานพวกนี้ ถ้าไม่มีไฟ มันก็ไม่น่าทำ เนอะ

  5. kik says:

    โต๊ะพี่แก้วดูเป็นระเบียบจัง

    กิ๊กก็ชอบเดินแผนกเครื่องเขียน ดินสอ ปากกา มีเยอะแยะไปหมด แต่เป็นคนไม่ชอบเขียน ที่ขีดๆ เขียนๆ มีแต่วาดรูปการ์ตูน กับเขียนอะไรไร้สาระ

    กระดาษเขียนจดหมายก็ชอบซื้อ สมัยนั้น ร้าน 555 ดัง ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ ชอบไปเดินเสียตังค์ล่ะ ทั้งๆที่แทบจะไม่ได้เขียนจดหมายถึงใคร

    ส่วนตอนนี้บ้าสะสมอุปกรณ์ 😛

Leave a Reply