too nice, too bad

Share

การเขียนบล็อกทุกวันหรือทุกสองวัน เป็นสิ่งที่รู้ล่วงหน้าสำหรับตัวเองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้หรอกนะ แม้ว่ามีเรื่องอยากเขียนได้ทุกวัน บางวันมีมากกว่าสองเรื่อง บางทีมาขึ้นหัวเรื่องไว้เพื่อจะมาเขียนต่อให้จบตอนดึกๆ ยามสมาชิกตัวเล็กสลบ บ้านสงบเงียบ หากพอบ้านสงบ ก็ได้พบว่าความคิดที่เคยลิงโลดตอนบ้านบรรยากาศตึงตังมันก็พลอยสงบเงียบ(และง่วง)ตามไปด้วย ลืมไปเกือบหมดสิ้นว่าจะมาเขียนต่อหัวข้อว่าอะไรมั่ง

ในแต่ละวัน ทำไมคนเรายิ่งแก่ยิ่งมีเรื่องที่ต้องทำมากมายนักหนอ เวลาที่เคยว่าง สมองปลอดโปร่ง คิดอะไรโล่งๆ ไม่มีอะไรมากวนขุ่นมันหายไปไหนหมด จำได้ว่าตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยคิดไม่ออกเลยสักวันว่าตัวเองจะไม่มีอะไรทำ ทุกๆ วันมีแต่เรื่องอยากทำ หนังสือที่อยากอ่าน เป้าหมายและความฝันในชีวิตมากมายจ่อรออยู่ในความคิด ตอนเด็กๆ ยอมรับว่าค่อนข้างหมกมุ่นกับการอยู่กับตัวเอง มุ่งมั่นกับเป้าหมายงี่เง่าในชีวิต นั่งง่วนทำนู่นทำนี่ ไม่เคยเหงา ไม่เคยหง่าว คล้ายว่าจะมีโลกส่วนตัวที่สุขสำราญลำพังมาตั้งแต่เด็กๆ

เคยมีเพื่อนชายคนหนึ่งที่เคยทำงานที่เดียวกันบอกว่า ตัวเราน่าจะได้รับรางวัลในการเอาหูทวนลมและมีผนังกั้นโลกตรงหน้ายอดเยี่ยมที่สุดในสำนักงานใหญ่โตแห่งนั้น บรรยากาศที่ทำงานแห่งนั้นทุกๆวันจะเต็มไปด้วยเสียงผู้คนร่วมกองที่ช่างตะโกน เถียงถกกันอื้ออึง หาความสงบสุขในการทำงานไม่ได้ คนที่เกิดมากับโลกส่วนตัวอย่างเราเลยต้องหาทางออกสู่นิพพานด้วยการจับโต๊ะหันหน้าเข้าผนัง หันหลังให้เพื่อนร่วมงานทั้งกอง นั่งอยู่ในห้องทำงานร่วมกับผู้คนเหล่านั้น ต้องทำสมาธิและให้อภัยอย่างตั้งมั่น การก่อสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมาใหม่ ต้องใช้วิถีอื่นที่จะช่วยกันความวุ่นวายของผู้คนรอบข้างให้ได้สำเร็จ เราจึงจับเทปเพลงยัดใส่เครื่องวิทยุข้างตัวแล้วเปิดเพลงดังๆ กลบเสียงผู้คนนั่งก้มทำงานหน้าตาเฉยไปซะ ใครอยากบ่นอะไรบ่นไป เสียงเพลงมันกลบสนิทหมดล่ะ (ฮึฮึ)

แต่จริงแล้วเราคิดว่าตัวเองค่อนข้างมีมนุษยสัมพันธ์ดีพอควร ไม่ใช่ไม่อยากคบหาใครๆ แต่เพราะรู้จักตัวเองว่าเป็นคนประเภทไม่เอาอ่าวไทย น่าเบื่อหน่ายไม่น่าคบเท่าไหร่ เพราะสันดานหลายอย่างในตัวเองนั้นเปลี่ยนยาก โง่แล้วยังดื้อดันทุรังอยู่นั่นแล ข้อเสียมากๆ ของคนที่คิดว่าอยู่กับตัวเองได้นั้น คือ มักมีทางเลือกทีชัดเจนของตัวเองอยู่แล้ว จะให้เสแสร้งแกล้งคบกับใครก็ลำบาก เป็นพวกที่ใช้ชีวิตแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ อยากคบใครก็คบ ไม่อยากคบก็ไม่พยายามไปยุ่งด้วย บางทีมีอาการร้ายหนัก คือ แอบหลบชิ่งหนีคนที่ไม่อยากคุยด้วยทุกวิถีทาง (อย่าไปบอกเขาและเธอล่ะ)

เคยมีหลายครั้งที่ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนห่างๆ หรือคนรู้จักกันแค่ผิวเผิน เรามักหลุดปากว่า “ได้เบอร์เรามาจากไหน?” ถามเพราะอยากรู้จริงๆ อ้าว … ทำไมจู่ๆ โทรมาล่ะ คนที่โทรมาหาอาจเกิดอาการสะอึกลิ้นจุกปากตามสายได้ เฮ้อ … ทำไมถามหมาๆ ซื่อๆ อย่างนี้ล่ะเจ้าขา ไอ้นิสัยปากตรงกับใจนี้เป็นภัยต่อการคบหาสมาคมกับผู้คนไม่น้อย เพราะคนตรงๆ ไม่ชอบ white lie เวลาไม่เห็นด้วย ขัดข้องขัดใจ ขัดแข้งขัดขา จะให้นั่งทำปากตูมราวอมสากกระเบือร่ำไปก็ไม่ไหวนักหรอก เช่น ใครมาตื้อให้ช่วยทำอะไร ไปไหนด้วย แล้วใจมันไม่อยากยุ่ง ไม่อยากเกี่ยว แสร้งทำปากตูมแบบอมสากพูดไม่ออกบอกปัดไม่ได้ เผลอใจอ่อนบอกเออออห่อหมกพยักหน้าหงึกหงักรับปากแบบผ่านไปทีแบบไม่คิดมาก เท่าที่เคยยินยอมพร้อมใจทำปากตูมเช่นนั้น ได้ค้นพบทีหลังว่าพฤติกรรม too nice นี่ too bad ซะจริงๆ เพราะตัวเองกลับต้องมาทุกข์กับการประนีประนอมถนอมใจชาวประชา หากย่ำยีความต้องการที่แท้จริงของตัวเองบ่อยๆ

ไอ้อาการ too nice,  too bad หรือ หน้าชื่นอกตรม นี้ อาจจะเป็นข้อดีต่อการอยู่ร่วมในสังคม อยู่กับคนหมู่มาก แต่นานวันไปอาจจะเป็นภัยย้อนกลับมาคุกคามความสุขส่วนตัวของตัวเราเองได้ การไหลตามน้ำตลอดเวลา ก็เหมือนปล่อยพาชีวิตเรื่อยล่องไร้จุดหมาย น้ำซัดไปทางไหนไหลตามกันไป หาฝั่งที่จะขึ้นไม่เจอ กลัวๆกล้าๆ ในการวางเท้าบนแผ่นดิน การฝืนขวางทางน้ำไหล อาจทำให้เราค้นพบหลักที่จะจับยึด แล้วมีชีวิตอยู่ต่อไปในฝั่งฝันที่ปรารถนา

อย่าไปหลงใหลใคร่หาอาการ “ฉันเป็นฉันเอง” ว่ามันแสนเท่ ดูดี เก๋ไก๋นักหนา แท้จริงแล้วมันไม่ใช่แค่เปลือกหรอกที่จะทำให้เราหลุดพ้นออกมายืนเท่ๆ เก๋ๆได้ บางครั้งกว่าจะมายืนปีนแอ่นอกอยู่บนราวระเบียงเรือไททานิคได้ อาจจะผ่านการถูกชาวประชาเกลียด ค้อน เบื่อหน่ายมาหลายครา

ณ จุดหนึ่งชีวิตอาจจะถึงเวลาต้องเลือก too nice, too bad หรือ so bad but very nice …  ให้รู้แล้วรู้รอดกันไปสักตั้ง 

Tags: , ,

3 Responses to “too nice, too bad”

  1. kik says:

    บางทีมันก็ต้องทำเพื่อสังคมเหมือนกันนะพี่แก้ว บางทีกิ๊กไม่อยากทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่อยากไปที่นั่นที่นี่เลยแต่ก็ต้องไป เมื่อวันศุกร์ผ่านมาไปกินข้าวแบบแนะนำคู่สมรส นั่งกันสามคู่แบบหน้าต่อหน้า ตัวต่อตัว ตอนแรกไม่อยากไปเลย บ่นออดๆแอดๆ แต่สุดท้าย อืมม มันก็ผ่านไปได้(ด้วยดี)นะ แต่บางที่ไม่อยากไปอย่างมากๆๆๆ ไม่อยากทำอย่างมากๆๆ ก็หน้าชื่นอกตรมเหมือนกันจ่ะ

    พี่แก้วไม่เห็นน่าเบื่อ ไม่เห็นไม่น่าคบตรงไหนเล๊ย คนรอบข้างออกจะหลงรัก 😀

  2. admin says:

    พี่เป็นคนน่าเบื่อจริงๆนะ
    บางทีพี่ยังเบื่อตัวเองเลย 55

  3. Jewnid says:

    พี่แก้ว .. เรื่องนี้อ่านแล้วต้องยอมรับเลยว่าเมื่อก่อนยังเป็น
    แบบว่าเกรงใจ มีอะไรก็ตามน้ำนะ แต่ว่าหลังๆ พอชักมากเข้า
    ก็เริ่มหาทางป้องกันตัวเองเหมือนกันนะ .. เพราะว่าบางที
    การที่เราตามน้ำบ่อยๆ ทำอะไรแบบเออๆ กับเค้าไป
    มันก็เหมือนกับการถูกคุกคามจริงๆ ล่ะพี่ … หลังๆ มานี้เลยต้อง
    หาทางป้องกันตัวเองเหมือนกันคะ …

    เพราะว่าจะเก็บความเป็นส่วนตัวบ้างในระยะยาว … ^^

Leave a Reply