อยากแช่แข็งเวลา

Share

พอย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงผ่านเรื่อยมาสู่ฤดูหนาวปลายปีทีไร บรรยากาศมืดๆ รอบตัวมันพาให้เบื่อชีวิตชอบกล ตอนสมัยสาวๆ ไม่ได้รู้สึกและมีอาการแบบนี้มากนัก อาจจะเป็นเพราะชีวิตช่วงนั้นวุ่นๆไม่ค่อยหยุดนิ่ง ไม่มีเวลามานั่งทอดหุ่ยถึงความสัมพันธ์ของชีวิตกับเวลาที่ผ่านไปผ่านไปในแต่ละปี เพิ่งสังเกตได้เมื่อสองสามปีที่ผ่านมานี่เองว่าตัวเองชอบเกิดอาการซอมบี้ (Seasonal Affective Disorder) ซ้ำซากในช่วงสามสี่เดือนปลายปีนี้บ่อยๆ อาการซอมบี้งี่เง่า ผีเข้าผีออกบอกไม่ถูก คล้ายๆเบื่อชีวิตปัจจุบัน (วันมืดๆ) อยากกลับไปหาวันเก่าๆ (ที่สว่างไสวในความทรงจำ) คิดไปเรื่องอื่น เรื่องความฝันที่ยังมาไม่ถึง หรืออาจจะมาไม่ถึงเลย แล้วก็น่าแปลกจริงๆ พอเดือนธันวาคมผ่านข้ามไปสู่เดือนมกราคมปีใหม่ ไอ้อาการซอมบี้นี้ก็หายไป จางไป เลือนไปเหมือนไม่เคยรู้จักสัมผัสกันมาก่อน มันแค่ย้อนวนกลับมากวนใจสร้างอาการซอมบี้รอบใหม่ให้รู้สึกอีกตอนช่วงปลายปี-ทุกๆปีไปเท่านั้นเอง

สมัยที่เคยทำงานอยู่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง จำได้ว่าผู้จัดการฝ่ายโฆษณารุ่นลายครามแกจะมีอาการ December Blues แบบนี้ อาการเบื่อๆ งอแงๆ ร่ำบอกใครๆว่า “จะลาออกจริงๆล่ะนะ” ช่วงปีแรกที่เข้าไปทำงานตามประสาน้องใหม่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็คิดกังวลว่าแกจะลาออกไปจริงๆ จนพี่หัวหน้ากองเดินมาเฉลยปริศนาเดือนธันวาคมว่า “พี่เขาอยากลาออกตอนเดือนนี้ทุกปีแหละ เขาเรียกโรค “ธันวาพาซึม” หรือโรค “อยากได้เงินเดือนขึ้น” ก็ไม่รู้สิ”

ปีนี้ยอมรับตรงๆว่ารู้สึกสะดุ้งกับตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้น คำว่า “สะดุ้ง” ไม่น่าใช่คำอธิบายที่ตรงนัก น่าจะใช้คำว่า “เสียดาย” มากกว่า เริ่มรู้สึกเสียดายวันเวลาที่ผ่านไป อายุยิ่งมากเหมือนเวลาแต่ละปีผ่านไปเร็วเหลือเกิน เวลาเผลอนึกถึงอดีตเลยทำให้แอบตกใจวูบๆ วัยวันเก่าๆ มันค่อยๆ ทิ้งห่างชีวิตปัจจุบันของตัวเรามากขึ้นทุกปี บางเรื่องที่รู้สึกเหมือนมันเพิ่งผ่านไป แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่ผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว เวลาได้ข่าวหรืออีเมล์จากเพื่อนสมัยมัธยมปลาย ภาพชุดนักเรียนเก่าๆแว่บขึ้นมาในความคิด แล้วแทบสลัดมันทิ้งไม่ทันเมื่อพลันนึกได้ว่ามันราว 23 ปีก่อนนู้นนั่น คิดถึงตอนไปปีนเขาดอยเชียงดาว ฝนตกลื่นไถลมอมแมม ด่าแม่พวกเด็กจีออ มช. ที่นำทางพาไปลำบากลำบนในใจไม่หยุดตลอดเส้นทาง แต่พอกลับมาเมืองกรุงกลับไม่เป็นอันทำงานเพราะใจมันค้างอยู่บนยอดดอยที่ด่าแม่ใครๆ ฝากไว้ โห … แอบแว่บไปคิดถึงมันทำไม ปีนดอยนั้นไปเมื่อ 17 ปีก่อนโน่น บางวันนั่งพับเสื้อผ้าลูกๆ เดินเก็บของเล่น ย้อนคิดถึงตอนที่ลูกคนแรกคลอดใหม่ๆ ตัวเท่าลูกหนู หน้าตาจุ๋มจิ๋มน่ารัก เห่อแสนเห่อตามประสาแม่มือใหม่ จะอุ้มก็กลัวหลุดรอดรักแร้ ลูกร้องแงๆ ก็ตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก เพียง 7 ปีผ่านไป ฮึ่ม … แค่มองตากันสองแม่ลูกก็แทบจะลุกเป็นไฟ เพราะเจ้าตัวโตเริ่มเถียงคำไม่ตกฟาก ฉอด ฉอด ฉอด จนอยากจับหัวเจ้าหนีบแน่นๆใต้รักแร้แม่ให้เสียงลอดออกจากปากไม่ได้อยู่หลายหน

เคยคิดหาคำตอบคำอธิบายว่าไอ้อาการซอมบี้ที่เกิดขึ้นซ้ำซากช่วงปลายปีนี้เป็นเพราะเบื่อชีวิต หรือกำลังไม่มีความสุขหรือไร ก็ตอบตัวเองไม่ได้แน่ชัด เหมือนอาการซอมบี้พัดวูบมาชนชีวิตโครมๆ ราวพายุ ท้าทายภูมิคุ้มกันทางจิตใจว่าเราจะสร้างแรงต้านสู้พาชีวิตข้ามไปสู่ช่วงต่อชีวิตได้สำเร็จหรือเปล่า?

บางช่วงวัยที่ชีวิตเรายุ่งวุ่นมากๆ เราแทบไม่มีเวลาทบทวนช่วงวัยที่กำลังจะผ่านพ้นไปในแต่ละปีของตัวเองเลยสักปี ปีแล้วปีเล่าผ่านไป และผ่านไป ไม่เคยใส่ใจสนใจจดจำ แต่หารู้ไม่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่เราเคยเดินผ่านมา มันต่างเดินทางตามหลังเรามาต้อยๆตลอด อาจจะเล่นซ่อนแอบพรางตัวไว้มุมใดมุมหนึ่งอย่างเงียบงัน รอเวลาสักวันจะโผล่มาจ๊ะเอ๋ให้เราแปลกใจไฉงฉงน บางเรื่องไม่เคยตรึงใจ ไม่เคยซาบซึ้ง ไม่เคยนึกอยากย้อนคิดถึงเลยสักครั้ง แต่แล้ววันหนึ่งเรื่องนั้นก็โผล่ขึ้นมาพาให้พบตัวเองว่า กำลังนั่งยิ้ม นั่งขำ นั่งเศร้าไปกับมันได้อีกเป็นวันๆ โดยไร้สาเหตุที่มาที่ไป แล้วยอมรับอย่างไม่อายเลยว่ามีความสุขแปลกๆที่ได้คิดถึงอดีตที่ผ่านไป ผ่านไปของตัวเองเช่นนี้ทุกปี

รอบโต๊ะกินข้าวเย็นวันนี้ นั่งมองลูกๆ ที่นั่งอยู่รอบตัวแล้วเกิดความสุขแปลกๆ นึกอยากแช่แข็งภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า อยากสต๊าฟให้ลูกตัวเล็กยิ้มหัวส่งเสียงแหกปากแปดหลอดอยู่กับเราแบบนี้ไปนานเท่านาน เพราะรู้สึกเหมือนเพิ่งเบ่งเขาออกมาจากท้องเป่งๆ เพิ่งป้อนนมป้อนข้าว ล้างก้นเช็ดอึ จับมือหัดเดิน สอนออกเสียงให้พูด แล้วเผลอไปไม่ทันไรลูกก็โตพรวดๆ ดึงมากอดได้ไม่อุ่นอกเหมือนตอนยังเล็กๆ เพราะคุณเธอๆ ชอบสลัดสะบัดแขนบอกให้แม่ – ปล่อยๆ ปล่อยให้เธอเป็นอิสระแล้ววิ่งหนีจากไปอย่างไว (แม่อย่างฉันเริ่มแอบเศร้าใจ) 

ลูกยิ่งโต เรายิ่งแก่ แล้วอดีตก็ทบปีมากขึ้นเรื่อยๆ กว่าจะนึกและรู้สึกตัวได้ วันเวลาเก่าๆ ก็ไม่อาจย้อนคืนมา มีแต่อาการซอมบี้เท่านั้นที่เวียนมาให้สะดุ้งเล่นทุกปี … ทุกปี … และทุกปี หากเราเอาอดีตมาอบแบบขนมสุกใหม่ๆ จับปัจจุบันแช่แข็งแบบไอติม แล้วเสริฟต่อไปเป็นของหวานแสนหอมแห่งอนาคตที่เราฝันถึงอยู่ได้คงจะดีไม่น้อย เผลอๆ ขนมอันหอมหวานอาจจะช่วยล่อหลอกอาการซอมบี้ไม่ให้ออกฤทธิ์รุนแรงมากนัก เพราะซอมบี้หลงใหลดื่มกินอดีต-ปัจจุบันอิ่มไปพร้อมกับเรา จนอาจจุกสลบหมดแรงออกฤทธิ์ไปซะก่อน

Tags: , ,

One Response to “อยากแช่แข็งเวลา”

  1. Mod-x says:

    เฮ้อ อ่านแล้วจะซอมบี้ตาม
    จริง ๆ ปลายปีมดมีเรื่องให้คิดให้ทำเยอะแยะทุกปี
    ไม่ค่อยได้มีโอกาสคิดหรือนั่งทำเหงาเลย
    ทั้ง ๆ หนาว ๆ แบบนี้อยากนั่งจุดเทียน ดื่มชา หรือไม่ก็แช่น้ำร้อน
    เปิดเพลงเบา ๆ เหงา ๆ แบบโรแมนติก

    ได้แค่คิดล่ะนะเจ๊ ทุกวันนี้แค่จะนอนยังเก็บเอางานไปฝันเลย ฮ่วย

Leave a Reply