ความมุ่งหวังและตั้งใจ 10 ประการ

Share

แอบมีความหวังและตั้งใจทุกปี ที่ไม่เคยกล้าประกาศดังๆ เพราะกลัวหวังฝ่อ ตั้งใจแล้วไปไม่รอด ขี้เกียจยอมแพ้ซะก่อนที่จะเริ่มต้น อันว่าความขี้เกียจนั้นเป็นข้ออ้างของความเหลวไหลโดยแท้ การประกาศก้องถึงความตั้งใจให้ใครได้ร่วมรู้ จึงคล้ายดั่งประจานความตั้งใจที่อาจจะล้มเหลวและไปไม่รอดของตัวเองไว้เนิ่นๆ หรือแอบท้าทายตัวเองอย่างจริงจังแบบมีพยานรับรู้

มนุษย์เรานี้เหมือนมีสันดานทะเยอทะยานไม่สิ้นสุด อยากนู่นอยากนี่ อยากในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็บ่อย เช่น ในภาวะชีวิตทะเยอหรือเหินไม่ขึ้นก็ยังอุตส่าห์แอบฝันลมๆ แล้งๆ ไป เพราะกลัวว่าการหยุดฝัน ชีวิตจะหมดแรงขับเคลื่อน แล้วจะก่นบ่นว่าชีวิตเราจะอยู่ต่อไปทำไมเนี่ย

ความเรื่องมาก คิดมากในหัวสมองคนเรานี้ เป็นมารแห่งการลงมือกระทำโดยแท้ เพราะมัวแต่จับจด คิดแล้วคิดเล่า แต่ไม่ลงมือทำเสียที สันดานน่ากลัวนี้ยิ่งฝังลึกยิ่งนำมาซึ่งความเฉื่อยชา ตั้งต้นปีใหม่หลายปีหลังเราแอบตั้งความหวังไว้กับตัวเองข้อแรกและข้อต่อไปด้วยหลักการความน่าจะเป็นไปได้ให้มากที่สุด ดัดสันดานตัวเองด้วยความมุ่งหวังและตั้งใจ 10 ประการกับเรื่องง่ายๆ ไม่ยากเกินกว่าที่จะทำได้ดังนี้

1. ลงมือทำในสิ่งที่คิด ทำเท่าที่ทำได้ แค่ไหนแค่นั้น ดีกว่าไม่ทำ รีๆรอๆ ไปวันๆ

2. ใช้เวลาให้คุ้มค่า เพราะเวลาชีวิตเหลือน้อยลงทุกปี

3. จัดระบบและสิ่งของที่มีอยู่ต่างๆ ในชีวิตให้มีระเบียบมากขึ้น สะสมให้น้อยลง

4. เน้นการบริจาคให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่บริจาคเงินช่วยองค์กรต่างๆ หากเก็บโละสิ่งของเหลือใช้ในบ้าน นำไปบริจาคต่อให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์ต่อทุกๆเดือน อาทิ ของเล่นลูกๆ เสื้อผ้า รองเท้า หนังสือ นิตยสาร ฯ

5. ออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2 ครั้ง (สองปีที่ผ่านมาได้ออกกำลังกายต่อเนื่องทุกอาทิตย์ ไปฟิตเนสทุกคืนวันอังคารและว่ายน้ำตอนเช้าวันพุธ ได้พบว่าร่างกายแข็งแรง สดชื่นมากๆ)

6. พยายามกลับมาขี่จักรยานให้มากขึ้น ตั้งแต่มีรถยนต์ส่วนตัวใช้เองหนึ่งคันกับภาวะเร่งรีบรับ-ส่งลูกสามตัว ทำให้ลดการขี่จักรยานประจำวันไปมากโข ครั้นจะเลี่ยงไม่ใช้รถยนต์เลย บางทีก็แอบเบื่ออากาศหนาวๆ ฝนๆ ความรักสบาย คือ สาเหตุแห่งการผลาญทรัพยากรโลกโดยแท้ มนุษย์เรานี้ช่างเห็นแก่ความสบายซะจริงๆ คิดละอายอยู่ในใจเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา

7. จะซื้ออาหารเข้าบ้านปริมาณน้อยลง พยายามไม่ให้มีอาหารเหลือทิ้ง สนับสนุนอาหารออร์แกนิกและผลผลิตพื้นบ้านตามฤดูกาล เพาะเมล็ดผักสวนครัวไทยตรงหลังบ้านเมื่อยามฤดูใบไม้ผลิอุ่นๆปีนี้มาเยือน เพื่อให้ทันเก็บกินช่วงฤดูร้อน
 

8. หาเวลาทำงานฝีมือสร้างสรรค์สม่ำเสมอ สองปีที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในความมุ่งหวังในใจที่มีผลงานคืบหน้า คือ ได้เย็บงานควิลท์ ได้เรียนการออกแบบตัดเย็บ ช่วยทำให้ชีวิตเพลินเพลิดผ่อนคลาย แถมช่วยฝึกสมาธิ ได้ปล่อยวางสมอง มีชิ้นผลงานที่ทำสำเร็จเป็นของรางวัลที่ภาคภูมิใจในตัวเอง
 

9. รื้อฟื้นทักษะภาษาทุกภาษาที่ตัวเองจำเป็นต้องใช้อยู่ (ไทย -อังกฤษ – ดัทช์ ) และรื้อฟื้นภาษาไทยให้ลูกๆ (ภาษาพูดของลูกๆ ถูกภาษาดัทช์แซงโค้งไปไกลมาก ดีแค่ว่าตัวเองยังกัดฟันอ่านหนังสือไทย สอนเขียนไทยให้ลูกอยู่เสมอๆ และลูกยังรักที่จะให้แม่สอนอยู่ แม่ต้องแบ่งเวลาเอาจริงอีกสักตั้ง)
 

10. ตั้งใจทำงานที่ทำค้างๆ ไว้นานปีให้สำเร็จตามเป้าสักสองชิ้นก่อนสิ้นปีนี้ และเขียนจดหมาย (ด้วยปากกากับลายมือโย้เย้) ถึงพ่อแม่และเพื่อนๆ ให้บ่อยขึ้นกว่าปีก่อน

ประกาศความหวังและตั้งใจออกไปครบ 10 ประการแล้ว ปลายปีนี้ค่อยมาทบทวนตรวจสอบความหวังและตั้งใจอีกทีว่า มันจะคืบหน้าหรือล้มเหลวสักกี่ประการกัน!

Tags: ,

5 Responses to “ความมุ่งหวังและตั้งใจ 10 ประการ”

  1. Tanya says:

    เหอะๆๆ เหมือนกันเลยค่ะ ปีที่แล้วตั้งปณิธานไว้ว่าจะเก็บเงินให้ได้หมื่นเหรียญ ผลที่ได้คือ เก็บได้ 0 เหรียญ แถมเป็นหนี้อีกเพราะดันไปซื้อรถ ตั้งใจไว้ว่าจะทำงานบ้านให้มากขึ้น เลิกขี้เกียจ จะออกกำลัง จะกินน้อยลง จะทำกับข้าวฟรีซไว้กินหลายๆมื้อ เลิกกิน takeaway ก็ไม่ได้ทำซักอย่าง ทำงานกลับมาเหนื่อยนั่งจุ้มปุ๊กอย่างเดียว ปีนี้เลยไม่ตั้ง Resolution ใดๆทั้งสิ้นค่ะ อยากทำไรก็คงทำเลย

  2. kik says:

    พี่แก้วมีแต่จุดมุ่งหมายดีๆ

    ปีนี้หวังอะไรน๊อ มันเยอะอยู่น่ะพี่แก้ว แต่เป็นหวังจะทำแบบใกล้ๆ บางอย่างทำสามสี่เดือนลืม แย่จัง

    ขอให้พี่แก้วทำให้ 10 ประการเลยจ้า เรื่องอาหารกิ๊กก็จะไม่ให้เหลือทิ้ง หรือให้เหลือน้อยลงเหมือนกัน ปีนี้หวังประหยัดดีกว่า 😀

  3. admin says:

    Tanya อาศัยอยู่ย่านไหนเอ่ย? ซื้อรถก็ถือเป็นเงินเก็บเหมือนกันนะ
    จริงๆ NY’s resolution นี้ ขอแค่เลิกขี้เกียจได้สักอย่าง
    ชีวิตคงจะสมหวังอีกหลายเรื่องเลยเนอะ … คนเรา

    กิ๊ก … จุดมุ่งหมายดี แต่จะจอดอยู่แค่กลางปีหรือเปล่าไม่รู้นะ
    มุ่งหวังอีกอย่าง คือ จะขยันเขียนบล็อกกับอัพเว็บ …
    ไม่กล้าประกาศโท่งๆ เพราะกลัวความตั้งใจจะล่มมาก – ข้อนี้

  4. Tanya says:

    อยู่เมลเบิร์น ออสเตรเลียค่ะ คือถ้าซื้อรถเงินสดหมดไปทีเดียวก็คิดว่าเหมือนเป็นการลงทุน แต่ทีนี้ดันซื้อเงินผ่อนก็เลยต้องเสียดอกเบี้ย รวมไปรวมมาก็คือขาดทุนนั่นเองค่ะ เพราะเงินที่เสียไปมากกว่ามูลค่ารถอีกค่ะ T__T

  5. เจี๊ยบ says:

    สวัสดีค่ะ ชอบข้อเขียนชิ้นนี้ค่ะ เพราะค่อนข้างตรงกับตัวเองเยอะเหมือนกัน คือ ชอบคิดว่าจะทำนั่นนี่ แต่กว่าจะลงมือทำได้ก็นานทีเดียว เจ้าตัวผลัดวันประกันพรุ่งนี่ช่างร้ายจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังสลัดมันไม่ค่อยจะได้เลยค่ะ

Leave a Reply