ความสุขปลายปี

Share

วาระการเปลี่ยนปีศักราชและการเฉลิมฉลองเทศกาลในเดือนธันวาคมนั้น แม้จริงๆแล้วเป็นเพียงแค่การสมมุติความสุขของมนุษย์ หากช่วงเวลารื่นเริงแห่งชีวิตที่ถูกสมมุติปลายปีขึ้นเช่นนี้ถือเป็นโอกาสแสนสุขที่เรารอคอยให้มาถึงเกือบทุกปี-โดยเฉพาะหลังจากที่มีลูก เพราะได้ขี้เกียจอยู่กับบ้าน อบเค้ก ปั้นคุกกี้ ทำอาหารอร่อยๆ กิน นั่งผลิตการ์ดปีใหม่ส่งสู่ญาติมิตรในครอบครัว-มิตรสหายที่อยู่ห่างไกลหลายมุมโลก ได้รื้อกล่องเก็บของประดับต้นคริสต์มาสและของแต่งบ้านที่จะหยิบใช้กันแค่ช่วง 1 เดือน มานั่งแต่งบ้านกับลูกๆ เป็นกิจกรรมเล่นเกมความสุขในครอบครัว

สมัยก่อนตอนยังทำงานอยู่กอทอมอ- เมืองตึกสูงติดฟ้าอมร เราชอบนั่งรถเมล์เล่นรอบเมืองช่วงปีใหม่ ขึ้นรถเมล์สายไหนก็มีที่ให้นั่ง – มีความสุขจริงๆ คนทำงานออกนอกเมืองไปท่องเที่ยว ไปเยี่ยมครอบครัวกันหมด ตัวเราโชคดีที่หาโอกาสหนีออกนอกเมืองได้ทุกใจอยากเวลาทำงาน เลยชอบเลือกอยู่ในเมืองโล่งๆ ช่วงวันหยุดยาว เมืองใหญ่น่ารักน่าอยู่ขึ้นเยอะเวลาที่มันโล่งๆ ไม่วุ่นวายแออัด เมืองที่โล่งๆ เหงาๆ ดูไม่ค่อยเป็นเมืองที่สมบูรณ์นัก

ชีวิตช่วงปีใหม่ของเราตอนนี้ยังมีอารมณ์คล้ายสมัยอยู่กอทอมอ ไม่อยากไปไหนเลย พอถึงช่วงวันหยุดยาวๆ สิ่งเดียวที่ปรารถนา คือ นอน นอนตื่นให้สายโด่งสมอยาก เราไม่ใช่คนตื่นเช้ามาตั้งแต่เล็ก ช่วงที่จำต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน ไปทำงานนั้นเป็นความอดทน ทรมาน และพยายามสาหัส พอหลุดจากระบบโรงเรียนและการทำงานตอกบัตร (ที่ตลอดชีวิตทำได้นานที่สุดแค่ 1 ปี) เรารู้สึกเป็นอิสระกับการตื่นนอนของตัวเองมากขึ้น ไม่มีกริ่ง ระฆัง บัตรที่แดงเถือกมาตอกกระดองใจให้เจ็บปวดสะดุ้งไหว

แต่มาถึง ณ วันนี้ วัยนี้ ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ ทำให้เราตื่นเช้าได้ แม้ไม่ได้พิศวาสยามเช้ามากขึ้นนัก อาทิตย์ก่อนเด็กๆ ปิดเทอม หนุ่มที่บ้านนับวันถอยหลังให้ทุกวัน เอาน่า … อีกสามวัน…อีกสองวันจะได้นอนตื่นสายแล้ว แต่วันนี้ตื่นมาพาลูกไปส่งที่โรงเรียนก่อน (เล่าแล้วภูมิใจตัวเองนะเนี่ยที่พาลูกไปส่งโรงเรียนได้ทันเวลามาตั้ง 5-6 ปี) สารภาพแบบไม่อายความเป็นกุลสตรีว่าไม่เคยตื่นก่อนหนุ่มที่บ้านเลย กาแฟก็ไม่เคยชงให้เขากิน หนุ่มเสิร์ฟกาแฟให้ที่เตียงทุกวัน

ช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีนี้ ดินแดนที่เราอาศัยอยู่ได้โบนัสแถมพิเศษมาจากธรรมชาติ คือ หิมะโปรยลงมาวันสุดท้ายที่โรงเรียนเด็กๆ ปิดเทอม นึกภาพสิว่าสวรรค์แค่ไหน หิมะตกมาในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ เพราะจากนี้ไปสองสัปดาห์ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเร่งรีบขับรถฝ่าหิมะไปส่งลูกที่โรงเรียนแต่เช้าตรู่ ไม่ต้องแต่งตัวรัดกุมกันความหนาวเยือก … ไม่ต้องอะไรทั้งสิ้น อากาศหนาวหิมะหนา ก็ช่างมันประไร เราห่มผ้านอนยันเที่ยง เอ๊ย … นอนตื่นสายๆ แล้วก็ห่มความอุ่นอยู่แต่ในบ้าน มองเย้ยโลกภายนอกสีขาวนุ่มๆ แบบไม่เดือดร้อนกังวลใจ ไม่ต้องใส่บู้ทหนาไปย่ำมัน ยืนมองโลกขาวปุยเพลินผ่านหน้าต่าง ชีวิตไม่หนาว ไม่รีบ ไม่ต้องเคลื่อนย้ายเดินทางไปไหน อยากนอนเมื่อไหร่ เราก็นอน นอน และนอน

ช่วงที่โลกมืดยาวนานในฤดูหนาวแถบนี้ เช้าแปดโมงแสงแดดยังไม่ส่อง สี่โมงครึ่งโลกก็มืดซะแล้ว กองไฟในเตาผิงช่วยบรรเทาชีวิตให้หม่นน้อยลง เวลาที่นั่งมองไฟลุกช่วงเหมือนได้ท่องความคิดตัวเองเดินทางไปได้ไกลโพ้นทางจินตนาการ นั่งพิงความอุ่นสู้หนาวบนโซฟาตัวใหญ่อ่านหนังสืออย่างไม่ต้องคอยกังวลเวลา ช่วงก่อนปีใหม่หนังสือพิมพ์-นิตยสารต่างๆ จะทำฉบับพิเศษหนาปึกออกมา ตลอดทั้งปีช่วงหลังๆ เราไม่ค่อยได้อ่านหนังสือพิมพ์รายวันเป็นประจำ อาศัยอ่านข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตแบบรวบรัด สรุปความ อารมณ์ที่ได้ทิ้งตัวนั่งอ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารทั้งวี่ทั้งวันเป็นความสุขที่ประหลาดล้ำ ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลๆ ไม่ต้องซื้อของขวัญอันใดมามอบให้ วันหยุดที่แสนสุขขอแค่ได้มีเวลาทอดหุ่ย อ่าน อ่าน อ่าน เช่นนี้ – สุขีกว่าสิ่งใดจริงๆ

ฤดูหนาววันมืดๆ ยังเป็นช่วงเหมาะที่จะตะลุยดูหนังเรื่องโปรดๆ ทุกค่ำคืน เราไม่ได้ไปดูหนังตามโรงใหญ่มานานมากแล้ว เพราะไม่อยากวุ่นวายเตรียมการหาพี่เลี้ยงเด็ก ตลอดปีนั่งอ่านข่าวรีวิวหนังใหม่ๆ ฟังคนเขาเล่ากันไป แล้วจดๆ ชื่อหนังของผู้กำกับในดวงใจที่อยากดูประจำปีไว้ รอคอยเวลาโลกมืดยาวนานสี่เดือน แล้วจึงหยิบความสุขที่กองรอมาตลอดทั้งปีออกมาฉายดูกันไปทุกค่ำคืน หนุ่มที่บ้านมีโปรเจ็คท์เตอร์สำหรับใช้งานสัมมนา ติดตั้งระบบสเตอริโอเซอร์ราวนด์ไว้ เมื่อเอาโปรเจ็คเตอร์มาฉายหนังจอใหญ่ใส่ระบบเสียงวิ่งรอบหัว มันก็ให้บรรยากาศและคุณภาพหนังเหมือนได้ไปดูตามโรงหนังเลยทีเดียว ข้อดีที่แตกต่างมากกว่า คือ เราจะหยุดฉายหนังเพื่อไปฉี่ ไปเติมเบียร์ ไปชงชาช่วงไหนก็ได้ การนั่งๆ นอนๆ กลิ้งๆ อยู่ในบ้าน ไม่ต้องออกไปไหนเลยหลายๆวัน (ตุนอาหารไว้เพียบ) เป็นการพักผ่อนที่สุดยอดจริงๆ บางวันเราใส่กางเกงเอวยืดอยู่บ้านทั้งวัน ไม่ต้องแต่งตัวรัดกุม ผมบนหัวไม่ต้องหวีสาง ชีวิตเรื่อยๆ สบายๆ เช่นนี้…สุขที่สุดแล้ว

ความสุขของเรานั้นช่างตรงข้ามกับครอบครัวเพื่อนดัทช์-ฝรั่งเศสหลังบ้าน ซึ่งพอถึงวันหยุดยาวทีไรก็ขนครอบครัวยกโขยงขับรถลงใต้ไปตอนเหนือของฝรั่งเศสบ้านเก่าของภรรยาทุกคราไป ขับรถขึ้นลงไปๆมาๆ ตลอดทั้งปี 20 กว่ารอบ พอวันหยุดสั้น-ยาวมาถึงเขาก็บึ่งกันไปทันทีในวันรุ่งขึ้น บ้านรกๆ ฝั่งนี้ปิดทิ้งไว้ไม่ใยดี เรามองๆ เขาแล้วแอบเหนื่อยแทน เพราะครอบครัวนี้ลูกเล็ก 4 คนและทำงานกันทั้งคู่ (เป็นด็อกเตอร์ซะด้วยนะ) ทำงานกันตลอดอาทิตย์ วันหยุดยาวๆ ไม่อยากนอนพักผ่อนถอนหายใจหรือไร แต่ชีวิตใครชีวิตมัน – มีเรื่องมันส์กันคนละแบบ เราเริ่มแก่แล้ว บังอรเลยอยากนอนโลดฉลองความขี้เกียจซะให้เข็ด

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา เราเดินออกไปเตือนเขาล่วงหน้าว่าแค่กลับไปเยี่ยมบ้าน ไม่ได้จองที่พักยกเลิกไม่ได้ ทำไมไม่เดินทางพรุ่งนี้เล่า หิมะกำลังตกหนักและตกไปทั้งวัน ตอนนั้นก็กองหนาเกินฟุตเข้าไปแล้ว ระยะทาง 400 กว่ากิโลที่พวกเขาต้องตะบึ่งกันไป จากที่เคยใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงธรรมดาอาจจะปาเข้าไป 10 ชั่วโมง และมันอันตรายเพราะรถเขาไม่ได้เปลี่ยนใส่ยางฤดูหนาวที่ดอกยางเกาะกุมถนนได้ดีอีกด้วยนะ (พวกเราก็เป็นห่วง) คนสามีรับหน้าที่โชเฟอร์ตอบมา “แล้วจะบอกเมียอย่างไร ถ้าเปลี่ยนใจไม่ไปวันนี้ ก็เธอวางแผนว่าจะไป!!” อะ…ไปๆ ขอให้โชคดี อย่ามีอุบัติภัยใดๆ กลางทาง

ครอบครัวเราสองสนิทกันมาก เวลาครอบครัวนี้จะเดินทางก็แวะมาฝากบ้านกับเราบ่อยๆ บางทีเขาบึ่งกันไปแบบไม่วางแผนใดๆ พอตกค่ำไปถึงที่หมายเพิ่งนึกได้ อีเมล์กลับมาหาเราว่าลืมโน่นลืมนี่ในบ้าน ช่วยวางถังขยะที่เขาจะมาจัดเก็บให้หน่อย? หรือฝากให้อาหารกระต่ายหลังบ้านหน่อย? (ลืมสัตว์เลี้ยงหลังบ้านได้ไงหนอ เดี๋ยวมันได้ตายแหงแก๋) เราผู้ขี้เกียจเดินทางเลยช่วยดูแลบ้านให้เขาไป คราวนี้เจ้ากระต่ายสองตัวที่กำลังเข้าวัยหนุ่มถูกทิ้งให้หนาวเหน็บอยู่ในกรงหลังบ้านเดียวดาย

เรานั้นด้วยความห่วงใย พอตกค่ำวันที่เขาเดินทางจากไป ส่ง sms ไปถามข่าวว่าถึงที่หมายปลอดภัยดีไหม? พวกเขาส่งข้อความตอบกลับมา…ถึงที่หมายแล้ว ขับรถตลอดทางเร็วได้แค่ 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง บนถนนไฮเวย์ที่ปกติเหยียบได้ 120 … (ช่างอดทนเดินทางฝ่าหิมะกันไป – นับถือใจท่านๆ)  หนุ่มที่บ้านเดินเทียวไปดูกระต่ายให้อาหารและเปลี่ยนน้ำทุกวัน เพราะถ้าทิ้งไว้ข้ามวันน้ำจะแข็งเป็นน้ำแข็ง กระต่ายจะดื่มจากขวดไม่ได้

เกือบ 1 อาทิตย์ผ่านไป คนสามีบึ่งรถกลับมาเข้าเวรยามที่โรงพยาบาล 3 วัน แล้วจะขับกลับไปวันก่อนสิ้นปีเพื่อฉลองปีใหม่กับครอบครัวที่ฝรั่งเศสอีกรอบ (คิดภาพตามว่าน่าสนุกสนานเพียงไร ขับรถไปขับรถมาบนถนนลื่นๆ อากาศเยือกๆ ท่ามกลางหิมะเช่นนี้) ไม่ว่าไร …ช่วยอะไรได้ช่วยไป หัวค่ำวันหยุดก่อนปีใหม่ที่เราห่มความขี้เกียจ นั่งกลิ้งๆ อยู่ในบ้าน กริ่งที่ประตูบ้านดังขึ้น เพื่อนหลังบ้านสวมหมวกกันหิมะปิดหูมิดชิดยืนกอดเบียร์และถุงพลาสติกใบหนึ่งยืนยิ้มเผล่ เขาเมอร์รี่คริสต์มาสทัก แล้วยื่นเบียร์ฝรั่งเศส panaché (ค๊อกเทลเบียร์ที่มีปริมาณ Lกฮ > 1%) ขวดเล็กจิ๋วมาให้เราหนึ่งแพ๊ค (10 ขวด) แถมแล้วถุงพลาสติกในมือ – ที่บรรจุนิตยสารอาหารของฝรั่งเศสที่เขาเริ่มจำได้ว่าเราเคยฝากเขาซื้อครั้งก่อน ตานี้เลยสะดวกใจไหว้วานอะไรบ้านเราก็หอบเบียร์ panaché หนึ่งแพ๊คและนิตยสาร Saveurs มาฝาก … ทำเอาเรายิ้มปลื้มแก้มปริ สวมกอดขอบคุณไปหนึ่งอ้อมแขน (หนุ่มที่บ้านผู้เดินไปให้อาหารกระต่ายไม่ได้ของตอบแทนอะไรเลย-ซะงั้น คนกลิ้งๆ อยู่ในบ้าน “ส้มหล่น” ได้ไง)

เพื่อนหลังบ้านน่ารักเช่นนี้เอง แม้จะมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันมาก แต่ทุกคนต่างเลือกความสุขในแบบของตัวเอง จริงแล้วเราไม่เคยเรียกร้องของขวัญและของตอบแทนในการทำสิ่งใดให้กับใคร เพราะถือว่าช่วยเขาช่วยเรา สักวันเราก็อาจจะต้องขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน มันเหมือนความสัมพันธ์อันดีในการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ ไม่พูดไม่จา ไม่นำพาสนใจเรื่องราวของกันและกัน เพราะมันจะยิ่งทำให้ฤดูกาลที่นี่หนาวตลอดทั้งสี่ฤดู หากเพื่อนบ้านและคนรอบตัวที่อาศัยอยู่ใกล้กัน มีแต่สีหน้าเย็นชา ไม่รู้หนาวรู้ร้อน เรื่องเธอไม่ใช่เรื่องฉัน เรื่องฉันใครจะมาสนใจล่ะ …จริงไหม? ค่ำคืนหนาวเย็นเดียวดายที่ครอบครัวยังอยู่ที่ฝรั่งเศสกันหมด เราเลยชวนเพื่อนหนุ่มหลังบ้านมากินข้าวมันไก่มื้อเย็นกับครอบครัวเราด้วยเลย เพราะเห็นเขาซื้อซูชิกล่องจ้อยบรรจุข้าวปั้น 8 ชิ้นกลับมาจากร้านที่สถานีรถไฟตอนเลิกงาน กะมาหุงข้าวกินเพิ่มตามลำพัง ทีแรกเขาปฏิเสธอย่างเกรงใจ แต่เราไม่ยอมปล่อย อ้างว่าไก่อบอาหารเหลือจากมื้อคริสต์มาสที่บ้าน “เยอห้ามพลาดซอสข้าวมันไก่ของอิก … magic!!”สุดท้ายเขาเลยยอมเดินกลับไปหอบกล่องซูชิและเบียร์มาอีก 2 กระป๋องเปิดดื่มกับหนุ่มที่บ้านเรา

แม้โลกจะหนาวจนไม่อยากออกไปข้างนอกสักก้าว แต่เทคโนโลยีกำลังล้ำสมัยฉุดไม่อยู่อย่างทุกวันนี้ ทำให้เราไม่ตัดขาดจากโลกภายนอก ยังได้สื่อสารพูดคุยกับเพื่อนๆ และใครๆ อยู่ตลอด นับจากอินเตอร์เน็ตเสียบปลั๊กให้คนทั้งโลกมานั่งจ้องหน้าจอคุยกันทางตัวอักษร โปรแกรมต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ๆ ทุกปี ช่วยให้ผู้คนรู้ข่าวความเคลื่อนไหวกันอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวี่ทุกวัน โปรแกรม Facebook และ Twitter ปีนี้ได้รับความนิยมมาก จากที่เรามีเฟสบุ๊คมาสองปีกว่า หากไม่ค่อยอะไรกับมันนัก ลองใช้แค่อยากรู้และตามข่าวสารที่น่าสนใจ จนครึ่งปีหลังดูเหมือนใครๆ จะทยอยมาใช้ Facebook และ Twitter จนทำให้เครือข่ายคึกคักมีอะไรให้ดูเล่นอ่านจริงมากมาย แล้วแต่เวลาที่เราจะไปใส่ใจกับโลกเสมือนที่มีแต่ตัวอักษรวิ่งอัพเดทแทบทุกนาทีแค่ไหน

ในเทศกาลเฉลิมฉลองวันหยุดยาวๆ อาจมีหลายคนที่มีกิจกรรมรื่นเริงเต็มเพียบ แต่ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่มีโปรแกรมใด อาจต้องอยู่โยงลำพังหงอยๆ หรือทำงานตลอดวันหยุด ชีวิตช่วงบรรยากาศรื่นเริงอาจนำความเหงา เศร้า หดหู่มาเกาะกินใจทรมานคนเราได้อย่างสาหัสกว่าปกติ โปรแกรมสื่อสารสมัยใหม่มีข้อดีตรงช่วยฆ่าความเหงาโดดเดี่ยวตรงนี้ให้เบาบางได้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นช่องทางให้ได้พูดคุย ไม่ทำให้ชีวิตใครบางคนต้องรู้สึกอ้างว้างเหมือนนั่งอยู่คนเดียวบนโลก แต่ท้ายที่สุด หากยอมรับว่าความเหงาคือส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรา อยู่กับโลกเสมือนบ้างตามโอกาส แต่อย่าลืมกลับสู่ชีวิตจริง…ที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้เสมอ

ราวสองอาทิตย์ก่อนปีใหม่ เราแอบตามอ่าน twitter ของศิลปินที่เราชื่นชมคนหนึ่งเกือบทุกวัน ไม่เคยรู้สึกสนุกกับการตามแอบดูกิจวัตรของใครที่ไม่รู้จักมักคุ้นเช่นนี้มาก่อน ได้รับรู้ชีวิตส่วนตัวบางมุมและความคิดในบางวันของเขา ตลอดมาเคยรู้จักและเห็นเขาร้องเพลงร็อคเพราะๆ อยู่บนเวที แต่เมื่อมาติดตาม twitter ของเขา ได้รับรู้ว่าศิลปินก็มีชีวิตประจำวันไม่ต่างจากเราๆ บางวันในฤดูหนาวตื่นเช้ามารถเขาแบตเตอรี่ตาย, เผลอปิดประตูหลังบ้านโดยไม่มีกุญแจ, ไปดูหนัง avatar ที่กำลังฮิต, มาเล่าว่าตื่นเต้น(เหมือนกัน)ที่เดินสวนกับจอห์นนี่ เด็ปป์ที่ห้างแห่งหนึ่งในลอนดอน, มาบ่นระงมว่าต้องแบกลูกชายวัยสิบหกเดือนขึ้นเนิน Glastonbury Tor พร้อมด้วยรูปวิววันฟ้าใสบนนั้นที่เขาสแน้ปส์จากมือถือมาฝากกัน …

ความลับแห่งความสุขประจำปีของเรา เล่าแล้ว…อย่าบอกต่อใคร สาเหตุเดี่ยวๆ ที่เราตัดสินใจใช้  facebook เมื่อสองปีก่อน ก็เพื่อเอาไว้เป็นช่องทางตามงานของนักทำสารคดีชาวอังกฤษที่เราชื่นชมคนหนึ่ง พอปีนี้เราใช้ twitter ก็เหตุผลเดียวกัน เราเพิ่งเริ่มตามอ่านชีวิตศิลปินที่เราโปรดปราน โปรแกรมเครือข่ายสร้างเพื่อนใหม่ – เราไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก เพราะเพื่อนบนโลก เพื่อนเก่า เพื่อนรอบบ้าน เรามีมากพอแล้ว  การได้เข้าไปใกล้ชิดเป็นเพื่อนติดตามความเคลื่อนไหวบุคคลที่เราชื่นชมศรัทธาเงียบๆ เช่นนี้ข้างเดียวต่างหาก ที่ทำให้เราอมยิ้มได้เกือบรายวัน … ขอยืนยันเราไม่ใช่ stalker แน่นอน — แค่อยากรู้ว่าเขาสบายดี ยังพอมีแรงทำงานดีๆ ให้เสพอีกบ้างไหมในเร็ววัน เพราะเราแอบตั้งตาคอยทุกความคิดที่เขาเขียนบันทึกออกมา 

นี่คือความสุขปลายปีที่ผ่านมาของเรา ความสุขปลายปีและต้นปีของคุณล่ะ … มีเรื่องราวอย่างไรบ้าง?

3 Responses to “ความสุขปลายปี”

  1. Stay alivE says:

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ แวะมาเยี่ยม ดีใจจังเพิ่งจะเห็นว่ามีเว็บนี้ค่ะ เป็นเพราะเสิร์ช google คำว่า Amsterdam เลยมาเจอเข้า

    ยังจำบรรยากาศคริสต์มาสปีที่แล้วี่เคยเล่าได้อยู่เลยค่ะ ปีก่อนที่ทานรวมญาติกัน แล้วก็เรื่องคอลเลคชั่นหนังที่ต้องดูทุกช่วงเทศกาล ปีนี้ใช่คลังหนังของ Austen รึเปล่าคะ

    สุขสันต์ปีใหม่นะคะ ขอให้ปีนี้มีความสุขกันทั้งบ้านเลยค่ะ

  2. ส้ม says:

    มาช้า ปีนี้มีความทุกข์เพราะป่วยกันทั้งคู่ แต่พยายามมองโลกในแง่ดีค่ะ

  3. kamoljaras says:

    มาชื่นชมค่ะ พอดีเห็นภาพถ่ายจาก face book แล้วชอบมากค่ะ ถ่ายรูปสวยจริงๆ

Leave a Reply