The Truth Behind Christmas Dinner Table

Share

วันคริสต์มาสผ่านไปแค่เพียงอาทิตย์แผ่วๆ แต่รู้สึกเหมือนมันผ่านมาแล้วราวปีกว่า

อย่างที่รู้กันว่าคริสต์มาสเป็นเทศกาลแห่งความสุขปลายปีของคนแถวนี้ แต่เท่าที่เห็นมาทุกปีเรากลับเห็นสีหน้าบางคนทุกข์ๆ กลุ้มๆ กับการตระเตรียมมื้อสำคัญ – มื้อใหญ่ เทศกาลแห่งความสุข ความอบอุ่นกลายเป็นฝันร้ายล่วงหน้าอยู่เป็นอาทิตย์ เพราะผู้คนตั้งใจอย่างยิ่งให้มันเป็น “มื้อพิเศษ” เลยเครียดมากกว่ามื้อปกติ รายการทำอาหารมื้อพิเศษอย่าง Christmas Dinner ของเหล่าเชฟชื่อดังฝั่งอังกฤษ ไม่ว่าเจมี่ / ไนเจลล่า / กอร์ดอน ฯ ทำรายการมื้อพิเศษนำเสนอวนฉายซ้ำเกือบทุกปี เพื่อช่วยคนที่กำลังเครียด สมองตัน คิดทำกินไม่ถูกให้มีทางออก คลี่คลายอาการฝันร้าย

ผู้คนแถวนี้ส่วนใหญ่อยากทำกินมื้อคริสต์มาสแบบพิเศษยิ่งใหญ่ เพราะปกติทำทำอาหารซ้ำๆ เมนูวนกินแบบขออิ่มไปวันๆ อยู่หลายมื้อต่ออาทิตย์ อาจจะเป็นเพราะทำกับข้าวไม่เก่ง ไม่ชอบกินอะไรหลากหลาย งานยุ่งมาก เวลาน้อย ฯลฯ พอถึงวันคริสต์มาสทั้งทีปีละหน จะให้มานั่งกินกับข้าวเมนูที่กินมาซ้ำซากทั้งปี – ผู้คนคงจะเศร้าใจหนัก บางทีเรามองๆ แล้วมีขำเทศกาล พลิกหนังสือตำราอาหาร เปิดดูรายการเตรียมทำอาหารคริสต์มาส เออนะ…ถ้ามันทุกข์นักกับเมนูวันนี้ ทำไมต้องไปมุ่งเตรียมเมนูภาคบังคับซะมากมาย อยากมีความสุขเฉลิมฉลอง แล้วแบกความทุกข์ด้วยการ “คิดหนัก” กับการสร้างความสุขกันไปทำไม แต่คนแถวนี้เกิดมากับประเพณีต้องกิน “มื้อใหญ่พิเศษ” ในวันคริสต์มาสเช่นนี้มานมนาน เหมือนเป็นมื้อศักดิ์สิทธิ์ต้องมีอาหารเมนูบังคับขึ้นโต๊ะ ไม่งั้นดูไม่ใช่ Christmas Dinner แท้ๆ บางคนคงเคยชินที่จะเครียดๆ ทุกข์ๆ สุขๆ วุ่นๆ ปีละครั้งในการเตรียมกินของเขาก็เป็นได้

ช่วงปีหลังๆ ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทำเมนูกึ่งสำเร็จมาเสนอช่วยให้หลายครอบครัวทำกิน “มื้อพิเศษ” กันง่ายๆ คนแถวนี้ไม่ค่อยนิยมอบไก่งวงยัดไส้ที่หนัก 5-6 กิโลกรัมใช้เวลาอบราวครึ่งวัน กินกันไปทั้งอาทิตย์อยู่แล้ว เมนูคริสต์มาสเริ่มหลากหลาย ดัดแปลงไปตามยุคสมัย เวลา และความสามารถในการจับจ่าย แต่ความโกลาหลแห่งการจับจ่ายก็คงไม่วายยังวุ่นดีแท้ไม่แพ้ประเทศอื่นๆเขา คนซื้อของกินกันมากราวกับว่ากำลังจะเกิดสงคราม กลัวอาหารขาดแคลน คงเพราะมีวันหยุดยาวเลยต้องซื้อตุนแบบขอให้ของเหลือดีกว่าไม่พอกิน เทศกาลแห่งการกินกระหน่ำ อาจทำให้คนที่ไม่ค่อยจะมีกิน หิวโหยไส้กิ่วมากกว่าวันอื่นๆ ปีนี้ดูข่าวว่า ร้านอาหารบางแห่งทำโครงการ “ Free Christmas Dinner” คืนวันคริสต์มาสร้านอาหารจะทำไลน์บุฟเฟต์ให้คนจนๆ มากินฟรีๆ ถือเป็นการฉลองความสุขด้วย “การให้” อีกรูปแบบ – เป็นความคิดที่น่ารักมากๆ

ฝันร้ายในวันคริสต์มาสมันไม่จบแค่ความวุ่นวายเรื่องจะกินอะไรดี? หรือจะมีอะไรให้กินไหม? ประเพณีมื้อคริสต์มาสรวมญาติของครอบครัว อาจจะกลายเป็นฝันดี ฝันร้าย น่าเบื่อหน่าย ซ้ำซากตามมาอีก ภาพในโทรทัศน์ ตามใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อว่ามื้อนี้ดูอบอุ่น คนในครอบครัวร่วมกิน ร่วมแลกของขวัญยิ้มสุขซึ้งสุดใจ แต่นั่นไม่ใช่ภาพคริสต์มาส ดินเนอร์ของทุกครอบครัว -เสมอไป

หนัง A Nightmare before Christmas ของทิม เบอร์ตันออกฉายตามโทรทัศน์ช่วงนี้เสมอ เหมือนมาเตือนให้ผู้คนเตรียมตัวไปลุ้นฝันภาคครอบครัวใหญ่ถัดไป A Nightmare Before Christmas ภาคของจริงไม่ได้อยู่ที่การฉลองแบบครอบครัวเดี่ยว แต่มันจะอยู่ภาคฉลองรวมญาติครอบครัวใหญ่ เมื่องานฉลองจำนวนคนเยอะ เรื่องวุ่นๆ เลยแยะ บางปีอบอุ่นดี บางปีวุ่น บางปีหัวหมุน บางทีออกแนวมาคุๆ คริสต์มาสปีถัดๆ ไปสมาชิกครอบครัวบางคนอาจหายแว่บไปตั้งหลัก ไม่มีการฉลองรวมญาติก็มี ครอบครัวฝั่งนี้ของบ้านเรามีทุกรสชาติในเทศกาลคริสต์มาสในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา

งานฉลองเทศกาลคริสต์มาสแบบรวมญาติ บางปีเรารู้สึกเหมือนเป็นหน้าที่มากกว่าความอยากมาร่วมฉลองกัน สามปีก่อนครอบครัวหนุ่มที่บ้านไม่มีการฉลองคริสต์มาสร่วมกัน พี่ๆ น้องๆ ไปเล่นสกีกันช่วงคริสต์มาส บ้านเราไปเยี่ยมเพื่อนที่สวิสเซอร์แลนด์ ปู่-ย่าจองทริปชมคอนเสิร์ตคริสต์มาสที่เยอรมนี ก่อนหน้านั้นบางปีมาร่วมฉลองกันครบ บางปีมาไม่ครบ เหมือนความต้องการของลูกๆ ที่โตแล้วไม่ได้อยากมาร่วมฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวเสมอไป ยิ่งแต่งงานแล้วต้องไปฉลองสองครอบครัว บางปี-บางคนอยากไม่ฉลองอะไรทั้งนั้น อยากไปเที่ยว ไปฉลองกันสองต่อสอง หรือฉลองกันแค่ครอบครัวตัวเอง ก็แค่ตกลงกันง่ายๆ ต่างคนต่างไปมีความสุขช่วงคริสต์มาสลำพัง … ก็สุขดีเหมือนกัน

น้องชายคนเล็กของครอบครัวนี้เลิกฉลองเทศกาลคริสต์มาสมานานหลายปีแล้ว เขาไม่เคยบินกลับมาร่วมฉลอง เพราะเขาออกบวชอยู่ที่อังกฤษ นับถือศาสนาพุทธทำงานอยู่องค์กรพุทธที่ลอนดอน พ่อแม่และพี่ๆ ชินแล้วที่เขาจะไม่มาฉลองคริสต์มาสด้วย ครอบครัวนี้ค่อนข้างนับถือการตัดสินใจของลูกแต่ละคนอยู่มาก เราเองเป็นสะใภ้ ภาษาที่นี่เขาจะเรียกว่า koude kant (coldside ฝั่งเขยฝั่งสะใภ้) ฉลองก็ได้/ไม่ฉลองก็ดี (ไม่เหนื่อย) แต่ถ้าจะมารวมกัน ขอให้มาแบบอยากมาด้วยใจ อย่ามาแบบซังกะตายตามหน้าที่ นึกถึงใจปู่-ย่า เวลาเราแก่มั่งอาจจะได้รู้สึกถึงความจริงว่า ครอบครัว คือ สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

ปีก่อนครอบครัวใหญ่ไม่ได้มีการนัดหมายว่าทุกคนจะมาฉลองร่วมกัน ครอบครัวเราบอกปู่-ย่าแค่ว่าจะไม่ไปไหน วันคริสต์มาสจะอยู่กินที่บ้าน วันที่ 26 เราจะย่างเป็ดไปฉลองด้วย ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ บางคนส่งข่าวว่าจะไม่อยู่ จะไปเล่นสกี บางคนไม่ส่งข่าวเลยว่าจะยังไง มา/ไม่มา เราเลยตกลงกับปู่-ย่าว่า ยังไงครอบครัวเรามาละกัน ตอนเราไปถึง ยังไม่มืด ปู่เลยจัดโต๊ะเล็กๆ เตรียมไว้ทีแรก

ก่อนหน้าวันคริสต์มาสสองวัน ย่าโทรมาไม่ยอมพูดกับเรา แต่ขอพูดกับลูกชาย เรามารู้ความทีหลังว่าพี่ชายและน้องชายของหนุ่มที่บ้าน จู่ๆ ก็โทรมาว่าจะมาฉลองด้วย – ผิดคาด เพราะปกติพวกเขาจะไปเที่ยวกันเองช่วงนี้ ย่าเริ่มกังวล เพราะไม่ได้เตรียมการทำอาหารฉลองทั้งครอบครัว ย่าโทรมาเล่าว่า แกตัดสินใจบอกว่ามาฉลองได้ แต่ทุกคนต้องทำอาหารมาร่วม แกบอกหนุ่มที่บ้านว่าแกไม่อยากให้เรา (ผู้เขียนนี้) ต้องเป็นคนมานั่งทำอาหารอยู่คนเดียว แกอยากให้ทุกคนมาแบบมีความสุข ไม่ใช่จะต้องมีใครขลุกง่วนอยู่ในครัว เพื่อเตรียมของกินให้คน 19 คน – ลำพัง เราฟังเรื่องที่ย่าโทรมาแล้ว เรายิ้มเลย เข้าใจว่าทำไมแกไม่เล่ากับเราตรงๆ แผนการสอนย่าให้ปฏิวัติสำเร็จผล ก่อนงานฝันดี ฤา ฝันร้ายแห่งมื้อคริสต์มาสจะเริ่มขึ้น

เราเป็นคนไทย ใจดีจริง แต่ด้วยนิสัยตรงๆ ใครที่สมควรถูกรัก-จะรักตาย ใครไม่น่ารัก อย่าหวังให้แล ไปบริการ เราไม่สามารถเสแสร้งได้จริงๆ มันก็เป็นแบบนี้ ในงานเลี้ยงครอบครัวนี้ที่เห็นมาตลอด ย่าผู้เป็นคนที่ชอบบริการคนอื่นจะลุกเดินเสริฟอาหารเก็บจานอยู่ตลอด เรามองมานาน ลุกขึ้นช่วยเสมอๆ แต่ขัดเคืองนัยน์ตาสงสัยตามประสาคนไทย ทำไมปู่-ย่าที่สูงอายุกว่าต้องลุกบริการลูก-หลานเช่นนี้ นี่ไม่ใช่ร้านอาหาร นี่บ้าน นี่ครอบครัว หลายปีหลายงานเข้าชักทนดูเฉยๆไม่ไหว ผิดวิสัยฝืนความรู้สึกตัวเอง หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดย่าเมื่อปีก่อน เราตัดสินใจบอกความจริงกับย่าว่า…

เราตั้งใจไม่ยกซุปไปให้พี่สะใภ้เราเองแหละ ไม่ใช่แม่เรียกแล้วทำเป็นไม่ได้ยิน ที่นี่บ้านครอบครัว เป็นลูก เป็นสะใภ้ แม่ไม่ต้องเสริฟใครอยู่ตลอด ทุกคนควรจะลุกขึ้นช่วยกันบ้าง เราเข้าใจว่าผู้ใหญ่เจ้าของบ้านอยากบริการความสุขลูกหลานทุกคน แต่ทำแล้วเหนื่อยไหม? ย่าบอกว่า … เหนื่อย แต่ทำยังไงได้ พอเขาไม่ลุกก็ต้องเสริฟให้ ย่าใจดีเกินไป เลยทนทำไม่เอ่ยปากเรื่อยมา

ปู่เลิกจัดงานเลี้ยงวันเกิดตัวเอง บอกว่าไม่อยากเหนื่อย แก่แล้วอยากฉลองง่ายๆ มีความสุขด้วยการไม่ฉลองอะไรเลย ย่าตัดสินใจบอกลูกๆ ทุกคนว่าใครอยากมาร่วมฉลองคริสต์มาสปีนี้ต้องทำอาหารมาด้วย นี่คือการปฏิวัติครั้งสำคัญของครอบครัว Helping hand Celebration ไม่รักกัน ไม่ต้องแสร้งมา … ไม่รักไม่ว่า แต่อย่าสงสาร (เกี่ยวกันดีไหมนี่?)

ใกล้ถึงวันคริสต์มาส เราถามย่าว่าทุกคนว่าอย่างไร ย่าเล่าว่าทุกคน – เงียบ ไม่มีข่าวใดๆ คืบหน้าส่งต่อมา นี่คือ คริสต์มาสแห่งการลุ้นว่า จะเป็นมื้อฝันดี ฤา ฝันร้าย

งานเฉลิมฉลองคริสต์มาสปีก่อนหน้าผ่านไป ได้นำเสนอภาพใหม่ๆ ในครอบครัว สมาชิกทุกคนมีความรู้สึกที่ดีกลับไป การบอกกล่าวสิ่งที่ตัวเองปรารถนาอาจจะทำให้เรื่องที่ไม่เคยสื่อถึงกัน เข้าใจกันได้มากขึ้น นี่คือการเฉลิมฉลองที่แท้จริง ไม่ต้องยิ่งใหญ่ แต่มาจากใจที่อยากมีความสุขร่วมกัน ไม่ควรมีใครเหนื่อยสาหัสเพื่อให้ใครไหนอื่นสุขมากที่สุด เมื่อทุกคนช่วยกันงานเฉลิมฉลองจึงสมบูรณ์ เพราะทุกคนได้สุขร่วมกันอย่างแท้จริง

ถึงเวลานัดหมาย ลูกๆ ต่างทยอยกันมาพร้อมอาหาร แต่ละคนทำอาหารที่ตัวเองคิดว่าอร่อย แม้กระทั่งน้องสาวที่ว่าจะไปเล่นสกี เธอก็ยกเลิกแผนการมาร่วมฉลองด้วย ปู่ต้องหาโต๊ะมาต่อยาวเหยียดรองรับคน 19 คน จากที่คิดว่าจะฉลองกันแค่ 7 คนกับครอบครัวเรา งานฉลองวันนั้นไม่มีใครเหนื่อยอยู่ในครัวลำพัง ท่าทางมันจะจบลงด้วยบรรยากาศคริสต์มาส-ฝันดี : )

ปู่เริ่มลงมือทำสตาร์เตอร์ประเพณี ทุกปีปู่จะได้สโมค ซัลม่อนเป็นของขวัญจากคู่ค้าธุรกิจเก่าๆ ปู่จะเอามาทำออร์เดิฟง่ายๆ สไตล์ปู่ สโมค ซัลม่อนคุณภาพดี (ของฟรี) กินกับขนมปังกรอบ สลัด แกล้มด้วยฮอร์ชราดิช (รสเผ็ดคล้ายๆวาซาบิ) รวมญาติรอบโต๊ะคริสต์มาสคืนฝันดี หลานๆ รุ่นๆ ของหวานที่ครอบครัวพี่ชายคนโตหอบมาเซอร์ไพรซ์เด็กๆ ลูกสาวคนเล็กของครอบครัวพี่ชายเริ่มทำงานพิเศษ ได้เครื่องทำชอคโกแลต ฟองดูว์น้ำพุในกล่องของขวัญจากที่ทำงาน เลยอาสาเตรียมของหวานของเธอมาร่วมด้วย นี่คือปาฏิหาริย์ที่มีจริง

ความสุขร่วมกันอยู่ตรงที่ได้ช่วยกัน เพื่อกินร่วมกัน รอยยิ้มแห่งความสุขส่งตรงมาจากข้างในไม่ใช่ยิ้มกันแกนๆเป็นพิธี คนให้มีความสุขเท่าๆกับคนที่ได้รับ ภาพการเฉลิมฉลองแบบนี้ที่เราชอบมากกว่า – ภาพสมาชิกครอบครัวนั่งคอแข็งครบหัว ยิ้มแกนๆ บรรยากาศที่สุขจากข้างใน อาจทำให้คอเราอ่อนลงและยิ้มสวยขึ้นโดยไม่รู้ตัวเอง

จบภาคอาหาร เด็กๆ มีเซอร์ไพรส์ ขึ้นไปซุ่มกันข้างบนช่วงพักกิน แล้วมาบอกว่ามีการแสดงละครคริสต์มาส – ซ้อมกันสดๆ เป็นงานฉลองที่ทุกคนได้สนุกร่วมกัน ช่วยกันสร้างวันนี้ให้มีความสุข ไม่ว่าตัวเล็กหรือตัวโต ปู่เปิดกรุไวน์แดงไวน์ขาวเลี้ยงหลายขวด ช่วงที่เราแอบสะดุ้ง ตกใจคาดไม่ถึง คือ ตอนที่พี่สะใภ้ – คนที่ไม่ค่อยลุกเสริฟตัวเองและใครๆมาแต่ไหนแต่ไร ลุกขึ้นเดินรินไวน์รอบโต๊ะ จนมาถึงเรา ผู้ไม่กินไวน์ที่มี Lกฮ เราเลยบอกขอบคุณ สักพักพี่สะใภ้กลับมาพร้อมขวดไวน์ Lกฮ free อะฮ่า — พี่สะใภ้รินไวน์ให้เราด้วยนี่นะ จู่ๆ ทุกคนเปี่ยนไป๋ – ไฉนนี่

เมื่อถึงเวลา (หรือเริ่มแก่ตัวลง) อาการคอแข็ง ช่างทิฐิของแต่ละคนก็คลายตัวลง เริ่มเข้าใจว่าครอบครัวคือความสัมพันธ์ที่ยังมีค่าที่สุดในชีวิต อย่ารอให้ถึงวันที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์ แล้วจึงระลึกถึงกัน เราไม่จำเป็นต้องสร้างภาพว่ารักกันมาก แค่รู้จักดูแลกันและกันอย่างที่ควรจะเป็น…ก็พอแล้ว เราไม่อาจคาดหวังสิ่งใดจากคนอื่นได้ จัดการคนอื่นไม่ได้ แต่เราจัดการและคาดหวังตัวเราเองได้

จบบันทึกคริสต์มาสดินเนอร์ ปี 2008

คริสต์มาส ดินเนอร์ปีนี้ ปู่รีบออกตัวว่าจะไม่จัดรวมญาติอะไร แต่ใครจะแวะมากินกาแฟ กินขนมฉลองด้วยกันได้ เวลาตามสะดวก แต่ไม่จำเป็นต้องกินมื้อค่ำด้วยกัน ลูกชายคนโตเดินย่ำหิมะมาบอกว่าจัดๆ พ่อไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวเขาจัดการเอง แล้วมื้อคริสต์มาสปี 2009 ก็ลงเอยด้วยความสุขยิ่งขึ้นกว่าปีก่อน ไม่เพียงแค่ลูกๆ ทุกคนมาร่วมฉลองกันครบ (ขาดแค่หลานฝั่งเย็น 3 คนที่ต้องไปฉลองครอบครัวแม่อีกฝั่ง) อาหารสมบูรณ์เตรียมมาเสร็จ ไม่มีใครเหนื่อยสาหัสหนักกว่าใคร ระหว่างค่ำคืน ณ โต๊ะคริสต์มาสครั้งล่าสุดที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน เราได้ยินเสียงหัวเราะ หยอกเย้า พูดคุยด้วยน้ำเสียงสบายๆ สัมผัสถึงความสุขกระจายรายรอบโต๊ะมากกว่าปีก่อน

สวัสดี เมอร์รี่คริสต์มาส ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุขเล็กๆ เสมอไป-ทุกๆปี

Leave a Reply