สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าความเศร้าที่ยิ่งใหญ่

Share

มีผู้ชายคนหนึ่งขี่จักรยานผ่านมา ในมือเขาถือลูกโป่งใบโตสีฟ้ามีลายพิมพ์แผนที่ลูกโลก เขาหยุดจักรยานจอดตรงหน้าตัวเล็ก แล้วยื่นลูกโป่งใบนี้ให้ก่อนที่เราจะไปเข้าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (NEMO) ตัวเล็กเอาลูกโป่งไปฝากที่เคาท์เตอร์จำหน่ายบัตร … เอาลูกโป่งไปลอยชนเพดานที่ร้านอาหารจีน พร้อมบอกว่า “เราต้องให้ข้าวลูกโป่งกินด้วย” เจ้าเดินกอด เดินจูงเชือกลูกโป่งใบนี้ตลอดวัน ด้วยหวังจะพามันกลับบ้าน ตรงชานชาลาก่อนขึ้นรถไฟ อีกเพียงแค่ 15 นาทีก็จะถึงบ้านเราโดยสวัสดิภาพทั้งคนและลูกโป่ง พี่คนโตขอน้องถือลูกโป่ง แล้วยื่นส่งกลับพลาดจนมันหลุดลอยจากมือที่กุมไป ตัวเล็กนั่งร้องไห้สะอื้นบนรถไฟจนถึงบ้าน ตัวโตนั่งกลั้นน้ำตารู้สึกผิดอย่างหนัก เพิ่งได้ประจักษ์ในอกว่าความรักของแม่ที่มีต่อลูกตัวเองนั้นมีอานุภาพดั่งบทกลอน … “แม้นเดือนดาว หากเจ้าอยากได้ ก็จะเอื้อมสอยมาให้” … แม้จะกระทำมันไม่ได้ในความเป็นจริง

เหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตบางวันอาจมีผลทำให้คนหลายคนเกิดความเศร้าร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นแค่เรื่องมุมเล็กส่วนตัวหรือเรื่องมุมกว้างระดับโลกที่สามารถกระจายความเศร้าหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าให้ชีวิตต้องเผชิญผจญต่อไป บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตอาจเป็นแค่ความสุขชั่วคราว เช่นเดียวกับความทุกข์เศร้าที่คงไม่เกาะกุมใจเราแบบยั่งยืน หากโลกนี้ยังคงเหลือความปรานีอันโชคดีต่อชีวิต ท้ายที่สุดสองพี่น้องยอมคืนดีความโกรธชั่วแล่น กลับมากอดกันได้อีกครั้ง – ก่อนเข้านอน

การยอมรับความสูญเสียเล็กๆ คือ บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตน้อยๆ ในวันข้างหน้าชีวิตยังต้องเจอบททดสอบอื่นๆ อีกมากมาย การเดินก้าวข้ามสะพานแห่งความทุกข์เศร้าครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อพบความสุขชั่วครั้งชั่วคราวในชีวิต … ยังมีระยะทางอีกยาวไกลนัก

2 Responses to “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าความเศร้าที่ยิ่งใหญ่”

  1. kukoy says:

    อิ่มใจ

  2. kukoy says:

    ใจ ไหน กลายเป็นเจ

Leave a Reply