
นานทีปีหน แม่อย่างฉันจะได้รับสิทธิพิเศษถูกปรนนิบัติพัดวี นอนฝันหวานตะวันแยงขี้ตาได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะมีวันประกาศกันอย่างเป็นทางการทั่วยุโรปว่า วันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม คือ วันปลดแอกปลดคานออกจากหลังและไหล่ของ(คนที่เป็น)แม่ หลังจากแม่ผู้เฝ้ายองๆ เงยๆ ปรนนิบัติสมาชิกในบ้านมาตลอดปี วันนี้สมาชิกในบ้านต้องหันมาเอาใจ แม่คนนี้ กันบ้าง สงสัยไอเดีย ปลดแอก แม่หนึ่งวันนี้คงตั้งขึ้นด้วยกลัวว่าแม่จะเกิดอาการน้อยใจเตลิดหนีออกจากบ้าน เพราะปีชาติโงหัวไม่ขึ้นจากงานบ้านที่จ่อรอให้ทำไม่หยุดไม่หย่อน วันนี้แม่จะได้อาหารเช้าบนเตียง หากลูกโตพอทำอะไรในครัวได้ มื้อเช้าจะเป็นฝีมือลูกๆ ละเลงมาให้ (ฉันนอนฝันหวานรอเวลานั้นว่าอีกคงไม่นานจะมาถึง) หากลูกยังตัวเล็กๆ คนเตรียมแผนกันการคือ พ่อที่จะลงไปเตรียมอาหารเช้าใส่ถาดให้ แล้วคุณลูกจะประคองถาดขึ้นมาถวายปลุกให้แม่
เด็กๆ ถูกสอนมาจากโรงเรียนว่าต้องปรนนิบัติแม่อย่างสุดพิเศษใน วันของแม่ กลับมาถึงบ้านวันศุกร์แต่ละคนงุบงิบวิ่งจู๊ดเอาของขวัญตัวเองไปซุกไว้ใต้หมอนรอคอยเวลาเช้าวันอาทิตย์ค่อยเอามาเซอร์ไพรซ์แม่ ฉันชอบ วันของแม่ โดยเฉพาะช่วงเช้านอนบิดขี้เกียจอย่างสบายอุราไม่ต้องรู้สึกผิด จนกระทั่งเด็กสามคนย่องขึ้นมาโดดกอดจุ๊บนัวเนียปลุกถึงบนเตียง หนุ่มที่บ้านเอากาแฟร้อนๆ มาให้จิบบนเตียง(ปกติหนุ่มก็ชงมาให้กินบนเตียงบ่อยๆ เพราะฉันนี้ขี้เซา ต้องเอากาแฟมาแซะให้ตื่น) เด็กๆ เริ่มแย่งยื่นให้ฉันเปิดห่อของขวัญ เริ่มกันที่ของขวัญตัวเล็กผู้ทำกำไลไม้ระบายสี(เลอะเทอะ) ตัวรองผู้อบคุกกี้ท่องบทกวีแถมให้ ตัวโตร้อยสร้อยข้อมือให้จากผ้าสำลีหลากสี ของขวัญทั้งหมดนี้เป็นงานฝีมือจากโรงเรียน ของขวัญชิ้นสุดท้ายใน วันของแม่ ได้จากหนุ่มคู่ยาก เป็นกระเป๋าผ้าสะพายจากร้านของแต่งบ้านชื่อ Riviera Maison ร้านโปรดที่ฉันชอบไปเดินดูของสวยๆงามๆ (แต่ไม่ค่อยได้ซื้อ) ฉันเห็นกระเป๋าใบนี้ครั้งแรกตอนติดป้ายเต็มราคา สะดุดตาตรงลวดลายผ้าสีสดใสน่าเอามาต่อลายสวยๆ ตามประสาคนกำลังเห่อทำควิลท์ พอเริ่มแก่ตัวความอยากได้นู่นได้นี่ไปเรื่อยมันจางลงกว่าสมัยสาวๆ ที่ซื้อง่ายซื้อไว ทั้งซื้อมากองและซื้อมาซุก กระเป๋ามีให้ใช้วนอยู่หลายใบ ส่วนใหญ่ซื้อมาแต่ครั้งยังสาวๆ แต่ละใบล้วนทนทาน คลาสสิค หนุ่มบอกว่า มันลดราคา 50% พอดีน่ะ ฉันเลยแอบอนุโลมโมทนาดีใจที่ได้มาครอบครอง แม้มันจะเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ราคาแสนถูก แต่ก็เป็นของขวัญชิ้นที่มีค่า เพราะแค่ราคาเนื้อผ้าน่าจะเกินคุ้มเงินที่จ่ายไป ... คุยโวซะหน่อยว่าฉันกำลังเชี่ยวชาญเรื่องราคาผ้าทำควิลท์ลายสวยๆ เช่นนี้มันแพงแค่ไหน
ทุกอย่างดูช่างมีความสุขนักในช่วงตื่นนอน แต่เหมือนภาพฝันชั่ววูบ ฉันไม่สามารถทำตัวเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่บนเตียงได้ทั้งวัน ชีวิตจริงของคนเป็นแม่นั้นพอเด้งตัวออกจากเตียง วิญญาณสาวรับใช้ประจำบ้านเข้าสิงทันทีตามความเคยชิน เริ่มเก็บเตียง หอบเสื้อผ้าเหม็นๆลงมาใส่เครื่องซักผ้า หลังอาหารเช้า เก็บโต๊ะ กวาดพื้นครัว เก็บจานที่ล้างเสร็จออกจากเครื่อง เอาจานเลอะใหม่ที่เพิ่งกินเสร็จใส่ลงไป ช่วยแต่งตัวเด็กๆ และแปรงฟันเรียงตัว จากนั้นก็เดินทำนู่นนี่ไปตลอดทั้งวัน ... วันของแม่สำหรับฉัน คือ วันที่แม่มีชีวิตปกติสุข หากไม่ถึงกับสุขสบาย นอนเอกเขนกกระดิกนิ้วจิบน้ำส้ม อ่านนิตยสารได้ทั้งวันราวคุณหญิงคุณนายมีบริวารมาคอยรับใช้กวาดถูบ้านให้ บางทีมีวันพิเศษเอาไว้ชโลมหัวใจตัวเองและให้คนรอบข้างมาร่วมชโลมใจเราบ้างก็ดีเหมือนกัน แต่อย่าหลงคิดผิดว่าวันพิเศษจะเป็นวันแห่งการยกเว้นภาระหน้าที่- ที่เคยมีอยู่ไปซะสิ้น จริงแล้วฉันไม่ค่อยบ่นเรื่องชีวิตแม่ๆ ทั้งภาระการเป็นแม่คนและการเป็นแม่บ้าน เพราะว่าเลือกมาเป็นเองนี่นา ส่วนอารมณ์เหนื่อยและเบื่อภาวะชีวิตแม่ๆ นั้นมีมาเรื่อยๆ เสมอๆ ฉันไม่ได้่เป็นแม่ผู้แสนดี บางขณะเวลาลูกๆ งอแง โวยวาย เกเร ฉันก็กลายสภาพเป็นแม่ใจร้ายลงโทษลูกเจ็บแบบไม่ต้องลงมือสักแปะ แต่น้ำตาลูกไหลนอง ร้องไห้ไม่ออก ซึ่งเจ็บกว่าการทำโทษใดๆ ช่วงบ่ายหนุ่มที่บ้านให้ของขวัญวันของแม่อีกอย่าง คือ การปล่อยให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวเงียบๆ 3 ชั่วโมง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะปกติหนุ่มที่บ้านงานยุ่งเหยิงตลอดสัปดาห์ เสาร์-อาทิตย์เราสองต้องช่วยกันทำนู่นนี่ในบ้าน ผลัดเวรกันออกไปซื้อของ ช่วยกันเลี้ยงเด็กสามคนมือเปล่าราวส่งไม้ผลัดไปวันต่อวัน ฉันไม่เคยชินกับการนั่งนิ่งๆ เฉยๆ มานาน เมื่อหนุ่มพาเด็กๆ ไปสวนสัตว์ จึงเริ่มนวดแป้งทำอาหารเย็นด้วยอารมณ์กึ่งขี้เกียจกึ่งขยัน จึงได้อาหารเย็นเป็นพิซซ่าหน้าสี่เหลี่ยมกว้างๆ มาหนึ่งถาด ฉันลองสูตรใหม่เอี่ยมอ่องจากของขวัญที่ซื้อให้ตัวเองเนื่องใน วันของแม่ คือ ตำราอาหารอิตาเลี่ยนเล่มใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกวางขายชื่อ Mijn Little Italy และตำราอาหารย่านโพรวองซ์ที่รวบรวมจากนิตยสารสุดโปรดอีกเล่มของฉันชื่อ seasons ซึ่งในร้านเอามาลดราคาจาก 27 ยูโรเหลือแค่ 9.50 ยูโรเท่านั้น (ใครล่ะจะวางทิ้งไว้ที่ร้านได้)
บางครั้งชีวิตอาจเริ่มต้นวันได้งดงาม แต่ใช่ว่าจะจบวันได้อย่างสวยงามเสมอไป ความสุขในชีวิตโฉบมาวูบและผ่านวาบหายไป ฉันยังมองเห็นความรักในดวงตาลูกๆ ยามกระโดดกอดบนเตียงเมื่อเช้านี้ แต่พอตกค่ำตอนที่ต้อนขึ้นไปถอดเสื้อผ้าเตรียมลงอ่างอาบน้ำ ส่งเข้านอน อาการเล่นไม่เลิกของตัวโตและตัวกลางที่กระโดดขึ้นย่ำเตียงหัวเราะกันคิกคัก โหมดอารมณ์ความสุขบินจากไป หลังจากที่ร้องเรียกให้ทั้งคู่มาลงอ่างเป็นครั้งที่ห้าแล้วเสียงคิกคักยังคงดำเนินต่อไป ยิ่งพอเดินไปเห็นเสื้อผ้าถอดกองเกลื่อนห้อง (ทั้งสองถูกสอนให้ถอดเสื้อผ้าแล้วห้ามโยนลงพื้นมาแล้วห้าสิบครั้ง) โดยที่เจ้าตัวทั้งสองไปเล่นคลุมโปงที่เตียงน้องเล็กกันอย่างสนุกสนาน ฉันสุดกลั้นความโมโหเอ่ยปากเสียงเข้ม งั้นเล่นกันต่อไปให้สบาย จบคำก็ปิดประตูห้องล็อคกุญแจ ดับอารมณ์โกรธด้วยการอาบน้ำให้ตัวเล็กในอ่างลำพังจนสะอาด อุ้มไปเช็ดตัวแต่งชุดนอนเรียบร้อย จึงเดินไปเปิดห้องแล้วเห็นเจ้าสองตัวเล่นคลุมโปงอยู่ไม่เลิก ความโกรธปนเอือมเหนื่อยที่จะพูดบ่นอีกต่อไป จึงใช้สายตากวาดให้ทั้งสองเดินไปลงอ่างแล้วปิดประตูห้องน้ำโดยไม่แยแส เวลาผ่านไปราว 5 นาทีเสียงสะอื้นดังแผ่วออกมาจากห้องน้ำ พอฉันเดินไปเปิดประตู เห็นตัวรองนั่งร้องไห้ในอ่างพลางร้องหาพ่อ ฉันถามว่า ร้องหาพ่อทำไม จะเล่นกันไม่ใช่เหรอ เล่นกันต่อไปสิ คราวนี้ตัวโตเลยร้องสะอื้นผสมกับตัวกลางเป็นวงร้องไห้ดูโอ ตัวโตเอ่ยอ้างทวงบุญคุณ ต่อไปนี้จะไม่สนใจวันของแม่อีกแล้ว แม่ใจร้าย เราจะไม่ทำของขวัญอะไรให้แม่อีกแล้ว ฉันเดินไปใกล้อ่างน้ำ โน้มตัวจับคางทั้งสองเชยขึ้นมาสบตาแม่ใจร้ายคนนี้ เอ่ยขึ้นเรียบๆ หากช้าชัดถ้อยคำว่า ไม่ต้องอ้างของขวัญ แม่ไม่เคยต้องการของขวัญอะไร แต่แม่อยากมีลูกที่พูดแล้วรู้เรื่อง เด็กอายุ 5 ขวบกับ 7 ขวบแต่ฟังไม่รู้ภาษาคนนี่แย่กว่าน้องเล็กที่อายุแค่ 3 ขวบไหม? สิ้นคำตอบอธิบายชัดถ้อยของฉัน ตัวรองพยายามหยุดเสียงร้องไห้ขณะที่ดวงยังเศร้าช้ำ ตัวโตทำหน้าสลดเหมือนเพิ่งจะรู้สึกผิด ฉันหยิบสายบัวเปิดก๊อกน้ำอุ่น บอกให้ทั้งสองคนเงยหน้าเอาน้ำรดผม เทยาสระผมขยี้หัวจนฟองฟูฟ่องให้ทีละคน อาการสะอื้นเงียบเสียงไปในที่สุด วันของแม่ผ่านมาและผ่านไปทุกๆปี แต่ฉากชีวิตซ้ำเดิมของคนที่เป็นแม่ไม่เคยผ่านไป และจะไม่มีวันผ่านไป
14 พฤษภาคม 2550
|