
ฉันคนหนึ่งล่ะรู้ตัวดีว่าต่อให้ชีวิตวันหนึ่งของตัวเองมีมากกว่า 50 ชั่วโมง ฉันก็จะยังคงทำอะไรไม่ทันไม่เสร็จอยู่ดี ไม่ใช่เพราะฉันละโมบอยากทำอะไรมากเหลือเกิน แต่บางสิ่งบางอย่างมันไม่ใช่ต้องการแค่เวลาล้วนๆ หากต้องอาศัยเงื่อนไขส่วนหัวสมองกับส่วนอารมณ์มาช่วยปั่นโม่สนับสนุนฉันเป็นคนเรื่อยๆ ( เฉื่อยๆ ) ทำอยู่ทำไปตามใจตามอารมณ์ ไม่ชอบให้ใครมาสั่งจู้จี้ชี้นำให้ทำนู่นทำนี่ นอกจากไม่เชื่อไม่ฟังไม่ทำแล้วยังมีการต่อต้านส่ง ความที่ไม่ชอบกฎเกณฑ์ ไม่ชอบเงื่อนไขของเวลาที่เป๊ะๆ สมัยเป็นนักเรียนถึงได้ไปโรงเรียนแบบวิ่งโร่หน้าตั้งคาบเส้นยาแดงฝ่าไม้เรียวไปแค่ทันเข้าแถวร้องเพลงชาติได้ทุกวัน เคยทำงานตอกบัตรเข้า - ออกออฟฟิซอยู่นานที่สุดในชีวิตแค่ 6 เดือนก็ต้องรีบเผ่นอย่างไว เพราะบัตรเข้างานแดงเถือกถูกหักเงินเดือนเป็นประจำ จะมาสำมะหาอันใดอีกเล่ากับคนขี้เกียจมักน้อยเรื่องมากเอาแต่ใจเป็นที่ตั้งอย่างตัวฉัน น่าจะกราบขอบคุณผู้คนในเรือนเดียวกันหลังนี้ที่ให้โอกาสฉันมารับใช้ ทำให้มีเหตุผล ( เพื่อชาติ ) อ้างว่าต้องสละอาชีพนอกบ้านมารับใช้สามีและลูก ไม่ต้องไปผจญภัยรอบด้านเหมือนกับอาชีพเก่าที่เคยผ่านศึกจนกบาลทรุดป่วยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันหมดสิ้นแล้วความฝันใฝ่ทะเยอทะยานอยากกับชีวิต ไม่หรอก ... ปัดโธ่ ฉันยังไม่แก่มากจนอยู่ไปวันๆ แบบรอวันตาย ในความเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ฉันยังคง ( แส่ ) คิดอยากทำนู่นทำนี่อยู่ไม่ได้หยุด แม้ว่า ( แก่ ) จนป่านนี้สิ่งที่คิดฝันหลายสิ่งยังไม่ได้เริ่มต้นทำสักที ตื่นเช้ามาหยิบกำลังใจมาตั้งทุกวันว่าวันนี้จะขยันกว่าเมื่อวาน ค่อยๆทำสิ่งที่คิดอยากจะทำไปทีละนิดละหน่อย แต่พอย่ำค่ำล้มตัวลงนอนก็ต้องถอดถอนหายใจ เพราะชีวิตผ่านไปอีกวันโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวอีกแล้ว แค่วนเวียนย่ำซ้ำอยู่กับกิจวัตรประจำวันที่เคยผ่านมาแล้วและก็ผ่านไป เวลามีใครทักชมเลยเถิดเข้าใจผิดว่าฉันช่างขยันทำนู่นทำนี่ ฉันต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธว่า ไม่ใช่เลย ขอบอก ... ฉันน่ะเป็นแค่ผู้หญิง ( แก่ ) ช่างฝันผู้ไม่ได้ขยันไปกว่าใคร แถมยังทำอะไรไม่สำเร็จอยู่มากมิใช่น้อย ฉันเป็นพวก "คิดมากแต่ทำน้อย คิดบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยลงมือทำ" สิ่งที่ยังทำอยู่ทำไปทุกเมื่อเชื่อวัน ล้วนทำไปเพื่อดำรงชีพพื้นฐานสามัญ บ้างจำใจทำแบบไม่ต้องไปคิดมาก บ้างนึกอยากทำแบบจู่โจม ( เช่น ลุกขึ้นมานวดแป้ง อบขนมกิน เพียงเพราะความงกตามประสาแม่บ้านลูกเยอะ เสียดายเงินถ้าต้องไปซื้อเขาชิ้นละหลายยูโร ) บ้างเบื่อที่จะทำแต่หลีกเลี่ยงไม่ทำไม่ได้ ( ไม่บอกหรอกว่าทำอะไร ?) ในเมื่อเวลาชีวิตตอนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้จ่ายสำหรับตัวเองเพียงลำพังเหมือนสมัยที่ยังสาว ( มากกว่านี้ ) ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวันยังมีสิ่งที่คิดอยากทำเยอะเกินกว่าที่จะทำได้หมดจริงๆ ฉันจึงต้องถูไถทู่ซี้ทำอยู่ทำไปในแบบของฉันนี่ล่ะ เมื่อกระโดดหรือตกหลุมพรวดมารับตำแหน่งภารโรงประจำเรือนเข้าแล้ว ก็ต้องหัดพกคาถามาท่องสร้างเสริมกำลังใจกับตัวเองทุกวันว่า "บ้านที่สะอาดเรี่ยมเรไร คือ บ้านที่ไร้ผู้อยู่อาศัยและไร้ชีวิตชีวา" เมื่อเราอยู่อาศัยในบ้านทุกวัน ร่องรอยแห่งการพักพิงอาศัยใต้ร่มเงาแห่งบ้านมันจักต้องมีปรากฎให้เห็นเป็นเรื่องธรรมดาจนชินตาไป บ้านมิใช่พิพิธภัณฑ์ที่นำสิ่งของมาจัดวางเป็นระเบียบสวยงามเพื่อให้เพียงมาเดินเยี่ยมชมห้ามสัมผัสหยิบจับต้องแม้ปลายนิ้วก้อยที่มีขี้เล็บ ฉันจึงตกลงปลงสนิทที่จะปล่อยปละความรกให้มาอยู่ร่วมกับชีวิต ขอแค่ให้บ้านหลังนี้คงความมีชีวิตมีเสียงหัวเราะมีความเคลื่อนไหว หากยังคงมีความสะอาดอนามัยอยู่ไม่ละเลยมองข้าม เมื่อบ้านมีเด็กตัวเล็กสามคนคอยป่วนร่วมอาศัยอยู่ด้วยเช่นนี้ ถ้าไปเคร่งเครียดว่าเมื่อบ้านรกบ้านเลอะสักนิดต้องเร่งเก็บกวาดถูให้บ้านกลับมาเป็นระเบียบสวยนิ้งทันใด รับรองว่าประสาทกินสมองในเร็ววัน งานบ้านในแต่ละวันนั้นมันมีมากมาย จนบางครั้งฉันเองมึนเซรับไม่ไหว ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มทำสิ่งไหนมุมไหนก่อน - หลัง ดูเหมือนพอตื่นเช้ามาทุกสิ่งทุกอย่างมาจ่อรอให้ลงมือทำพร้อมกันแบบไม่มีวันสิ้นสุด วันไหนฉันเกิดเฮี้ยนมานั่งพิรี้พิไรนั่งจดจัดลำดับรายการสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดในบ้าน ฉันก็พานท้อใจจนไม่อยากเริ่มต้นทำอะไรทั้งสิ้นล่ะ เพราะตัวฉันเป็นเพียงแม่บ้านปุถุชนสามัญที่บางวันก็ขี้เกียจอย่างหนักตั้งแต่ลืมตาตื่น และบางวันก็ฮึกโหมอย่างแรง ทุกวันของชีวิตแม่บ้านที่ประจำการบนเรือนชานหลังหนึ่งอยู่เกือบตลอด 24 ชั่วโมงมันยาวนานกว่าที่ใครคิดนัก ฉันต้องหาทางรอดด้วยการย่อยเวลาให้มันพอเหมาะกับความขยันที่มีอยู่แค่ช่วงสั้นๆ ดังนี้ ห้านาที ... เก็บจานชามแก้วน้ำที่เลอะเทอะลงเครื่องล้างจานไป (เนื้อที่ในครัวก็โล่งสะอาด พร้อมใช้งานใหม่ได้ต่อ) ห้านาที ... เดินไปขัดห้องส้วมชั้นล่าง ห้านาที ... เดินเอาขยะที่เต็มถังออกไปทิ้ง ห้านาที ... หอบกองกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ไม่อ่านไม่ใช้แล้วไปลงลังรอเขามาเก็บไปรีไซเคิล ห้านาที ... เก็บชิ้นส่วนเสื้อผ้าลูกที่ถอดทิ้งอยู่ตามมุมบ้านเอาไปแขวนเก็บ หรือเอาไปแยกสีเพื่อรอการซัก ห้านาที ... เดินหารองเท้าลูกอีกข้างที่มันหายไปไม่เข้าคู่ ห้านาที ... เก็บของเล่นลูกที่หล่นกระจายอยู่ทั่วมุมบ้าน ห้านาที ... เช็ดฝุ่นตามตู้ ตามโต๊ะ ตามชั้นเครื่องเสียง ห้านาที ... เดินขึ้นชั้นบนไปรูดม่าน เก็บเตียง ห้านาที ... ริด เด็ดใบไม้แห้งกรอบของต้นไม้ในกระถางที่วางอยู่ริมหน้าต่างในบ้านเอาไปทิ้ง ห้านาที ... ใช้ไม้กวาดอันเล็กกวาดเศษอาหารใต้โต๊ะกินข้าวที่หล่นเลอะเทอะบางจุดแทนที่จะต้องลากเครื่องดูดฝุ่นมาใช้ ห้านาที ... หั่นผัก หั่นเนื้อ เตรียมทำอาหาร ( กลางวัน / เย็น ) ห้านาที ... หยุดคุยเล่นเกมอ่านหนังสือกับลูก ห้านาที ... เรียกเกณฑ์เด็กๆ มาช่วยกันเก็บสิ่งของที่หล่นเกลื่อน ห้านาที ... ไปอธิบายสงบศึกสงครามหมอนอิงที่ปากันเกลื่อน ฯลฯ หลายช่วง 5 นาทีสลับกันนั้น ฉันจะทรุดตัวลงบนโซฟาหงายหัวไปอิงหมอนมองเพดานบ้านนิ่งๆ บ้างเดินไปชงชา - กาแฟพร้อมหยิบหนังสือหรือนิตยสารที่อ่านค้างมาอ่านให้รางวัลกับตัวเองสัก 10-15 หน้า บ้างก็มานั่งอ่านอะไรตามอินเตอร์เน็ต แล้วห้านาทีต่อไปก็ออกลุกเดินทำนู่นทำนี่เช่นนี้เรื่อยไปทุกวัน เวลาห้านาทีที่ถูกใช้จ่ายสลับกันไปในช่วงวันช่วยให้แม่บ้านที่ไม่เพียบพร้อมอย่างฉัน รับมือกับงานบ้านที่เรียงลำดับการลงมือทำไม่ถูกมาเช่นนี้เอง แม้ว่างานหลายสิ่งไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่การฉวยเวลาห้านาทีมาลงมือทำโดยไม่ต้องคิดว่าเราควรทำอะไรก่อนดี หรือลงมือทำมันอย่างหักโหมเป็นชั่วโมงจนหอบแฮ่ก ทำให้ฉันไม่หมดแรงหมดกำลังใจกับงานบ้านที่ทำทั้งปีทั้งชาติไม่รู้จักหมดสิ้น ไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าวกับเทวดาตนไหนมาช่วยยืดเวลาให้ชีวิต แม่บ้านผู้มักน้อยและโหลถ้วยเช่นฉันไม่เคยนึกอยากให้วันหนึ่งมีมากกว่า 24 ชั่วโมงเลยจริงๆ ขอเวลาแค่ 5 นาทีเท่านี้ก็ช่างยาวนานถมถืดเกินพอ
1 มิถุนายน 2548
|
โปรดกรอกอาชีพว่า "แม่บ้าน" อย่างภาคภูมิ
|